วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

Heaven Ivy. chapter -8- หนี(เที่ยว)

-8-

            เครื่องบรรณาการอย่างเขามันมีสิทธิ์ทำตัวเอาแต่ใจหรือแม้กระทั่งแสดงอาการที่เข้าข่ายแสดงความเป็นเจ้าขององค์รัชทายาทด้วยอย่างนั้นหรือ... โจ คยูฮยอนไม่ควรทำอย่างนั้น ไม่ว่าข้างในใจจะรู้สึกปั่นป่วนมากเพียงไรก็ตาม
            แค่ได้ยินคำว่า พิธีอภิเษกสมรส ทุกอย่างมันบ่งบอกเป็นนัยอยู่แล้วว่าเวลาของเครื่องบรรณาการมนุษย์เช่นเขาใกล้หมดความหมายลงทุกที
            ร่างโปร่งพยายามเป็นอย่างยิ่งกับการก้าวขาฉับๆ เพื่อหนีใครบางคนซึ่งประชิดเข้ามาใกล้ทุกขณะ โถงทางเดินที่เชื่อมไปยังตำหนักรองก้องสะท้อนไปด้วยเสียงฝีเท้าของเขาและใครอีกคน คิดว่าตนจะหนีพ้นเงื้อมมือชายหนุ่มเจ้าของรูปหน้าคมสันอยู่แล้ว หากฝ่ามือหนาที่คว้าข้อมือของเขาไว้เปรียบได้ดั่งโซ่ตรวนเส้นใหญ่ที่ตรึงร่างของเขาไว้เช่นเคย เด็กหนุ่มเม้มริมฝีปากในขณะที่นึกตรองความคิดอยู่ในหัวว่าตนไม่ควรแสดงกิริยาไม่น่ารักกับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นองค์รัชทายาท หันกลับไปสบนัยน์ตาสีเข้ม ไม่ทันจะได้พูดอะไร เสียงทุ้มก็เอ่ยในสิ่งที่เขาไม่คาดคิด
            “ฉันจะไม่มีวันแต่งงานกับยูอี”
            “...แต่”
            “ไม่มีแต่สำหรับเรื่องนี้ทั้งนั้นคยูฮยอน...ฉันเป็นคนเด็ดขาดมากพอที่จะจัดการเรื่องทุกอย่างไม่ให้มันคาราคาซังไปมากกว่านี้”
            “...”
            “เชื่อใจฉันแล้วทุกอย่างมันจะดีเอง” รอยยิ้มอบอุ่นเหมือนคำสัญญา โจ คยูฮยอนไม่มีเหตุผลใดอื่นมารองรับความรู้สึกไว้วางใจผู้ชายคนนี้ได้มากไปกว่าหัวใจของเขาเอง เรียวปากอิ่มแดงขยับยิ้มบางเบาแต่ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าแท้จริงเขาก็ไม่เคยมั่นใจว่าอนาคตข้างหน้ามันจะเต็มไปกลีบกุหลาบดั่งเทพนิยายหรือไม่...
            ในวันใดวันหนึ่งองค์รัชทายาทย่อมกลับไปยืน ณ ตำแหน่งของว่าที่กษัตริย์
            ขณะเดียวกัน...ที่ที่เหมาะกับโจ คยูฮยอนคือบ้านเกิดอย่าง เกาะพยองอัน
            นิทานเรื่องนี้เดาเส้นทางจุดจบไม่ได้เลยสักนิด

           
            ชเว ซูโฮจะยอมอยู่เฉยๆ ได้อย่างนั้นหรือ...ไม่มีทางเสียหรอก!
            “วุ่นวายใหญ่แล้วนะครับพี่ชีวอน ยิ่งตอนที่พี่พูดออกไปแบบนั้น คู่หมั้นคนสวยของพี่นี่ตาเขียวปั้ดเลย!
องค์ชายเล็กซูโฮที่แทบไม่เคยเข้ามาเหยียบห้องทำงานของพี่ชาย เหตุการณ์ที่ห้องอาหารเมื่อเช้าไม่ต่างอะไรไปจากสงครามเย็น เด็กชายยังจำสีหน้าของคิม ยูอีได้แม่นยำ เธอดูจะโมโหใช้ได้ แต่จำต้องเก็บอารมณ์ทั้งหมดทั้งมวล ไม่ปริปากพูดจาใดๆ นอกจากสะบัดหน้าสาวเท้าเดินจากไป และซูโฮเองก็ไม่อยากนึกเลยว่าคุณหนูตระกูลคิมจะกลับมาเล่นงานสิ่งล้ำค่าจากพยองอันอีกหรือเปล่า รู้ดีว่าคนต้นเรื่องอาจปวดหัวมากกว่าใคร ดูได้จากการที่ชายหนุ่มตรงหน้านั่งเงียบ ไม่หือไม่อือกับสิ่งที่เขาพูดสักเท่าไหร่
            “เราเองก็อย่ายุ่งเรื่องนี้ให้มากนักเลยซูโฮ” อีกครั้งที่เด็กชายถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย เขาหงุดหงิดจริงเชียวเวลาพี่ชายตัวแสบชอบกันเขาให้พ้นจากเรื่องยุ่งยากทั้งหลายด้วยคำว่า อย่ายุ่ง และ เรื่องของผู้ใหญ่ แล้วอย่างไรล่ะ? คนที่มีตำแหน่งเป็นถึงองค์รัชทายาท ผู้ที่จัดการเรื่องบ้านเมืองได้อยู่มือ แต่กับเรื่องความรักนี่ชักช้าเหลือเกิน
            “แล้วจะรออะไรอยู่ล่ะครับ ก็ถอนหมั้นไปซะสิ พี่ชีวอนอดทนเป็นคู่หมั้นหุ่นเชิดของพี่ยูอีมานานเกินไปแล้วนะครับ ถ้าไม่คิดจะแต่งงานกับเธอ ถอนหมั้นไปเสียก็จบเรื่อง เผื่อพี่ยูอีจะได้ไปเจอคนที่เธอถูกใจมากกว่าการมานั่งเฝ้าพี่ชีวอนโดยไร้การพัฒนาความสัมพันธ์แบบนี้” คิ้วหนาขมวดขึง แต่มีหรือที่คนเป็นน้องจะเกรงกลัว อันที่จริงเขาไม่ได้อยากจะยุแยงตะแคงรั่วใคร เขามองว่าอะไรเหมาะสมจึงอยากช่วยจัดการให้ง่ายดายขึ้น คนไม่รักกันจะทนอยู่เป็นคู่หมั้นยื้อเวลาต่อไปทำไม... คนรักกันจริงไม่เห็นจะต้องทนหลบซ่อน
            ชเว ซูโฮคนนี้ทดลองเป็นกามเทพสักครั้งจะเป็นไรไป!
            "ไอ้ถอนหมั้นน่ะถอนแน่...”
            “งั้นก็อย่าช้าสิครับ...ขืนปล่อยไว้ คนที่น่าสงสารคือพี่คยูฮยอนต่างหาก” องค์ชายคนโตแห่งราชวงศ์ชเวพยักหน้ารับความคิดเห็นจากน้องชาย เขาคิดมานานเรื่องถอนหมั้นและมั่นใจว่ายังไงคยูฮยอนคงไม่มีวันสบายใจหากตนยังได้ชื่อว่าเป็นเครื่องบรรณาการ และเขายังมีพันธะเช่นนี้ พลันซูโฮเลื่อนหนังสือเล่มเล็กมาตรงหน้าเขา พร้อมรอยยิ้มทะเล้น เพ่งพินิจดูดีๆ ก็พบว่ามันคือ...หนังสือท่องเที่ยวของเกาะเล็กๆ ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
            เหลือเกินจริงๆ เด็กคนนี้
          เอื้อมมือไปยีเส้นผมสีดำสนิทของน้องชายอย่างนึกเอ็นดูระคนหมั่นไส้เด็กแก่แดด        
“ผมรู้ว่าพี่ชีวอนอาจยุ่งๆ แต่ความจริง...พาพี่คยูฮยอนไปเปิดหูเปิดตาที่ไหนสักที่ ที่ๆ ไม่มีใครรู้จักพวกพี่เลยก็คงจะดีเหมือนกันนะครับ” รับหนังสือท่องเที่ยวเล่มเล็กๆ มาไว้ในมือ เปิดดูภาพสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าตื่นตาภายใน ภาพสถาปัตยกรรมกึ่งพื้นเมือง ไหนจะท้องทะเลสีครามสวย...
            ดีเหมือนกัน... ไปอยู่ในที่ที่เขาไม่ใช่องค์รัชทายาท และที่ที่คยูฮยอนไม่ใช่เครื่องบรรณาการ

            ถึงจะโดนคยูฮยอนเอ็ดเบาๆ ที่เขาคิดอยากจะไป(หนี)เที่ยวเอาตอนนี้ แต่เขาสามารถวางใจสถานการณ์บ้านเมืองได้ระดับหนึ่งด้วยเพราะนอกจากฝากงานทั้งหมดไว้ที่คัง มินฮยอก ผู้ช่วยคนสนิทแล้ว เขาเองยังฝากให้อี ดงกันคอยสอดส่องพฤติกรรมของกลุ่มคณะรัฐมนตรีทั้งหมด ความจริงดงกันดูไม่ชอบใจสักหน่อยที่เขาคิดจะพาคยูฮยอนไปเที่ยวไกลๆ แต่พออ้างว่า...อยากให้คยูฮยอนได้พักผ่อนจากเรื่องเครียดๆ บ้าง หมอนั่นถึงได้ไม่ขัดอะไรอีก แม้จะแอบคาดโทษและพร้อมจะชำระความเมื่อได้พบหน้ากันก็ตาม!
            ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไรกับการเดินทางออกนอกประเทศโดยไม่มีใครล่วงรู้ เครื่องบินโดยสารส่วนพระองค์คือสิ่งที่องค์รัชทายาทเลือก
            ขณะที่เกาหลีในช่วงนี้มีอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็น แต่ที่บาหลีแทบจะตรงกันข้าม อากาศร้อนอบอ้าวกระทั่งเสื้อโค้ทตัวหนาๆ ไม่มีความจำเป็น โดยภาพรวมอากาศค่อนข้างคล้ายกับประเทศไทยมากทีเดียว เกาะเล็กๆ ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยทะเล ถึงอย่างนั้นเกาะแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยความหลากหลายทางสภาพภูมิศาสตร์ ชายหนุ่มเลือกปักหลักทริปท่องเที่ยวครั้งนี้ที่บาหลีใต้ เพราะมั่นใจว่าทะเลคงทำให้หนุ่มน้อยจากเกาะพยองอันถูกใจมากกว่าที่ไหนๆ
            สนามบินคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวหลากเชื้อชาติ เจ้าของร่างสูงใหญ่ภายใต้เสื้อยืดสีขาว เข้ากันได้กับยีนเนื้อซีดเข้ารูป บนเรียวหน้าคมคายสวมแว่นกันแดดรูปทรงทันสมัย ข้างกันคือเด็กหนุ่มผิวขาวสวมเสื้อลายขวาง สวมใส่กางเกงยีนเช่นเดียวกัน ทั้งสองยังคงมองหาไกด์ที่จะช่วยนำเที่ยวในครั้งนี้ โดยเธอเป็นหญิงสาวชาวเกาหลีเพื่อนสนิทของอ็ค แทคยอน ซึ่งเป็นครูพิเศษขององค์ชายเล็กซูโฮ แม้ชีวอนจะเอ่ยปากว่าไม่จำเป็นต้องมีไกด์ แต่มีหรือที่น้องชายตัวดีจะยอม... นี่อาจเรียกได้ว่าคนที่จัดการเรื่องการเดินทางทุกอย่างก็คือซูโฮผู้เสนอทริปนี้นั่นเอง
            “คุณชีวอนและคุณคยูฮยอนใช่ไหมคะ” เสียงเรียกอย่างสุภาพเอ่ยจากเบื้องหลัง เขาทั้งคู่หันกลับไปมองก็พบว่าเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารัก หล่อนอมยิ้มนิดๆ เมื่อมองกิริยาเก้อเขินของเด็กหนุ่มซึ่งถูกใครอีกคนกุมมือแนบแน่นไม่ยอมปล่อย
คนทั้งคู่จะต้องอยู่ในขั้นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งพอดู หล่อนนึก
            “ครับ...ไม่ทราบว่าคุณคือไกด์ของพวกเรา?”
            “ค่ะ...ฉัน ซานดาร่า ปาร์ค ยินดีที่ได้รู้จัก เรียกว่าดาร่าเฉยๆ ก็ได้ค่ะ” ดาร่าโค้งศีรษะแนะนำตัว
            “ยินดีครับ”
            “ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า...ฉันทราบดีว่าพวกคุณเป็นใคร แต่แทคยอนกำชับว่ามาพวกคุณไม่ต้องการทำตัวดังเช่นอยู่ที่เกาหลี ดังนั้นขออนุญาตใช้ถ้อยคำธรรมดานะคะ”
            “นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องการเลยครับ” ชายหนุ่มยิ้มพอใจและคยูฮยอนเองก็รู้สึกว่าไกด์สาวเข้าท่าใช้ได้
            “อีกเรื่องที่ฉันต้องเตือนพวกคุณ...ชาวบาหลีไม่ยอมรับเรื่องความรักระหว่างคนเพศเดียวกันเท่าใดนัก ดังนั้นขอให้พวกคุณระมัดระวังการแสดงออกในที่สาธารณะด้วย อย่างไรก็ดีที่บาหลีใต้ ล้วนแต่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ พวกคุณอาจไม่ต้องกังวลอะไรมาก...ขอให้ดื่มด่ำกับทริปนี้นะคะ”
หล่อนช่างเป็นคนที่พูดจาได้ตรงไปตรงมา นี่คือความประทับใจเมื่อแรกเจอไกด์จำเป็น หญิงสาวพาพวกเขาออกจากสนามบิน พร้อมรับหน้าที่เป็นไกด์นำทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตลอดเส้นทาง...ดาร่าสามารถเล่าประวัติความเป็นความเป็นไปของบาหลีได้อย่างครับครัน บาหลีเป็นจังหวัดเล็กๆ ในการปกครองของประเทศอินโดนีเซีย บ้านเมืองส่วนใหญ่ในบาหลียังคงเต็มไปด้วยตึกโบราณ ด้วยข้อกฎหมายที่ห้ามทำลายโบราณสถานรวมไปถึงห้ามสร้างตึกสูงเกิน 15 เมตร ความเป็นอยู่จึงเรียบง่ายและผสมผสานวัฒนธรรมหลากหลายได้ลงตัวแต่ไม่แปลกแยก
 พูดคุยกันไปเรื่อยๆ พวกเขาถึงได้ทราบว่าแท้จริงแล้ว ซานดาร่าคือหญิงสาวชาวเกาหลีเชื้อสายอเมริกันที่เบื่อสภาวะการเมือง ณ ประเทศบ้านเกิดจึงเลือกที่จะมาทำงานเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคนยากไร้ถึงบาหลี บุคลิกภาพภายนอกของหล่อนถึงได้เป็นคนกระฉับกระเฉง หัวทันสมัยแต่ก็มีความอ่อนโยน อดทนสูงเฉกเช่นหญิงชาวเกาหลีทั่วไป
“คุณดูเป็นผู้หญิงเก่งมากๆ เลยนะครับ” คยูฮยอนเอ่ยชมหญิงสาว ดาร่ายกยิ้มบางขณะที่บังคับพวงมาลัยไปตามเส้นทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงแรมที่พักของลูกทัวร์พิเศษ
“ฉันแค่เป็นคนที่ยืนด้วยลำแข้งของตัวเองมาตั้งแต่ไหนแต่ไรก็เท่านั้นแหละค่ะ”
“รู้ไหมครับว่า...คุณมีลักษณะนิสัยที่เหมือนพี่ชายผมมากๆ” ขณะที่กล่าวเด็กหนุ่มก็นึกย้อนไปถึงพี่ชายต่างมารดา... ดงกันเป็นชายหนุ่มที่มีนิสัยโผงผาง แต่กลับดีใจกับเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยเพราะชีวิตในวัยเด็ก ดงกันต้องต่อสู้กับการเข้ามาเรียนที่โรงเรียนในโซลท่ามกลางสังคมซึ่งไม่ยอมรับชาวเมืองประเทศราช ความแข็งกร้าวภายนอกก็แค่เกราะป้องกันตนเองเท่านั้น
“ฉันไม่ใช่คนที่เข้ากับใครได้ง่ายๆ หรอกค่ะ พี่ชายคุณอาจได้ปวดหัวกับความบ้าบิ่นของฉันก็ได้” หล่อนว่าติดตลก คยูฮยอนเองรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีดีในตัวชนิดที่เขาอยากจะให้พี่ชายตัวดีได้รู้จักเหลือเกิน คนบ้างาน ใจร้อนแบบนั้นขืนปล่อยไปคงได้ครองตัวเป็นโสดตลอดชาติ ขณะที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับตัวเอง คนตัวโตข้างๆ กลับเอื้อมมือมาสะกิดเอวเขาเบาๆ พร้อมเคลื่อนใบหน้ามากระซิบริมหู
“นี่คิดจะหาพี่สะใภ้หรือไง”
“ไม่เชิงน่ะครับ”
“นับวันเธอก็ยิ่งทำตัวเหมือนซูโฮนะ รู้ตัวหรือเปล่า”
“ยังไงครับ?” คิ้วเรียวขมวดมุ่นไม่เข้าใจกับความหมายที่องค์รัชทายาทจอมเอาแต่ใจต้องการจะสื่อ
“ก็ชอบหาพี่สะใภ้ให้พี่ชายตัวเองน่ะสิ” แกล้งเอ่ยเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน แต่เพราะด้วยความที่รถคันนี้เป็นเพียงอีโก้คาร์คันเล็ก แม้ลมหายใจยังได้ยินชัดเจน หญิงสาวผู้รับหน้าที่ไกด์พิเศษนึกขันเมื่อเห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ขึ้นสีฉับพลัน ทางที่ดีหล่อนน่าจะเลือกรถยนต์ที่มีหน้าต่างกั้นระหว่างตำแหน่งคนขับกับผู้โดยสารสักหน่อย เดาไม่ออกเหมือนกันถ้าหากดาร่าไม่ขับรถมาจอดหน้าโรงแรม องค์รัชทายาทแห่งเกาหลีอาจกลืนกินหนุ่มน้อยโดยมีไกด์จำเป็นเช่นหล่อนเป็นพยานรู้เห็นก็เป็นได้
พนักงานชาวบาหลีเข้ามาช่วยขนสัมภาระในขณะที่ดาร่าก็ทำหน้าที่ไกด์โดยการเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับเกาะสวรรค์แห่งนี้ไปพลาง
“โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตนุซาดัวค่ะ เป็นย่านของนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนักโดยเฉพาะ อีกทั้งโรงแรมแห่งนี้ยังตั้งติดริมหน้าผา วิวสวยมากทีเดียว...และห้องที่ฉันได้จองไว้ให้ก็คงเหมาะกับพวกคุณมากๆ ยังไงก็ขึ้นไปพักผ่อนกันก่อนนะคะ นี่ก็เย็นมากแล้ว ส่วนพรุ่งนี้ฉันจะพาพวกคุณไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่หาดคุตา...มันสวยมากจนพวกคุณอาจลืมพระอาทิตย์ที่เกาหลีไปเลยก็ได้”
พร้อมกันนั้นดาร่าจึงบอกโปรแกรมการท่องเที่ยวคร่าวๆ ว่าจะเน้นหนักที่หาดคุตา นัดหมายเวลาชัดเจนเพื่อป้องกันแผนการท่องเที่ยวผิดพลาด ลูกทัวร์พิเศษรู้สึกไม่ผิดหวังที่ได้หญิงสาวเป็นไกด์จำเป็น ดาร่าเอ่ยลาและแยกไปพักที่บังกะโลใกล้กับโรงแรมแห่งนี้
ก้าวแรกที่ก้าวเข้ามาห้องพัก กลิ่นหอมของกำยานลอยฟุ้งในห้วงอากาศให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด การตกแต่งภายในห้องดูหรูหราถึงอย่างนั้นกลับมีกลิ่นอายของความเป็นพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นผ้าม่าน ผ้าห่ม และหมอนพนักที่ปักด้วยลวดลายแปลกตา เตียงขนาดคิงไซส์หันหน้าไปทางทะเล มองเห็นท้องฟ้าสีส้มหม่นๆ เพราะดวงอาทิตย์เพิ่งจะลาลับขอบฟ้า การเดินทางบนเครื่องบินนานกว่า 6 ชั่วโมงและต้องนั่งรถมาที่นุซาดัวทำให้เด็กหนุ่มเมื่อยล้าเสียเหลือเกิน แต่เพราะความงามอันตื่นตาตื่นใจของธรรมชาติที่คล้ายคลึงกับบ้านเกิดชวนให้หลงใหลจนลืมความเหนื่อยอ่อนไปจนหมดสิ้น ก้าวเดินออกไปยืนริมระเบียงเพื่อให้เรือนกายกระทบกับสายลมเย็นสบาย รับฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งเสนาะหู
ชายหนุ่มไม่ได้เข้าไปรบกวนช่วงเวลาการพักผ่อนของคนตัวขาวแต่อย่างใด ได้แต่ปล่อยให้ร่างโปร่งชมวิวริมระเบียงเงียบๆ เขาเองเลือกที่จะเหยียดกายบนเตียงนุ่ม ทอดมองภาพศิลปะที่มักเกิดขึ้นโดยบังเอิญอยู่ร่ำไป ไม่ว่าทะเลเบื้องหน้าจะสวยงามมากเพียงใด หากสิ่งที่ตรึงใจเขามากกว่าอะไรคงเป็นโจ คยูฮยอนในอิริยาบถที่ดูเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดในเวลานี้ เด็กหนุ่มที่มักนั่งกอดเข่า ณ ศาลาริมน้ำในพระราชวังดูเทียบไม่ได้กับเด็กหนุ่มซึ่งยิ้มกว้างเมื่อทอดสายตาไปยังท้องทะเลสุดลูกหูลูกตา
นกน้อยที่ถูกขังอยู่ภายในกรงทองจะมีความสุขได้เท่ากับการกางปีกบินไปในโลกกว้างอย่างอิสระได้อย่างไร?
องค์ชายชีวอนใกล้จะเคลิ้มหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนประกอบกับกลิ่นของกำยานที่ช่วยให้ผ่อนคลายมากกว่าปกติ ทว่าร่างโปร่งเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมหย่อนสะโพกนั่งลงที่ขอบเตียง ได้ยินแว่วๆ ว่าบอกให้เขาไปอาบน้ำเสียก่อน อยากจะแกล้งเอาแต่ใจสักนิดจึงเอ่ยปากอ้อนกึ่งบังคับ
“ไปอาบด้วยกันสิ” มุมปากขยับรอยยิ้มกริ่มเมื่อคนน่ารักพูดไม่ออกครั้นถูกเขาจู่โจมเข้าให้
“กระหม่อมยังอยากนั่งรับลมทะเลก่อน” ดูเหมือนคนตัวขาวไม่คิดจะหลงกลเขาง่ายๆ เสียด้วย คนที่มีตำแหน่งเป็นถึงองค์รัชทายาทจึงตั้งใจเซ้าซี้ต่ออย่างไม่ลดละ
“งั้นก็ยังไม่ไปอาบน้ำหรอก ฉันจะรอเธอไปอาบด้วยกัน”
“องค์ชาย!” ขึ้นเสียงใส่เขานิด ตั้งท่าจะลุกจากเตียงแต่ก็ไม่ไวเท่าเขาอยู่แล้ว ชายหนุ่มดึงร่างบางให้เสียหลักล้มลงบนอกแกร่งก่อนจะพลิกให้สิ่งล้ำค่าจากพยองอันอยู่ใต้อาณัติ ไม่วายถูกดวงตาคู่กลมขึงมองเอาเรื่อง
“ไม่ต้องเรียกแทนตัวว่ากระหม่อม และเลิกเรียกฉันว่าองค์ชายได้แล้ว” ว่าเบาๆ ขณะที่ใช้จมูกโด่งเป็นสันคลอเคลียปลายจมูกรั้นราวกับแมวเหมียวตัวโต แน่นอนว่าคนถูกอ้อนทำได้เพียงกะพริบตาปริบ ไม่ว่าจะอย่างไร ผู้ชายคนนี้ก็มักทำตัวได้เหนือความคาดหมายและเอาแต่ใจกับหนุ่มน้อยแต่เพียงผู้เดียว คยูฮยอนถอนหายใจเมื่อถูกอีกคนรุกหนักยิ่งขึ้นเพราะริมฝีปากนั่นไล่จูบอ้อยอิ่งไปตามเนินแก้มราวกับตั้งใจปลุกความรู้สึกภายในร่างกายยังไงยังงั้น
ที่เคยคิดว่าองค์รัชทายาทเย็นชานั่นผิดถนัด เพราะแท้จริง...องค์ชายชีวอนคนนี้ทะลึ่งจะตายไป!
“...”
อยู่ที่บาหลี...ฉันไม่ใช่องค์รัชทายาท แต่ฉันเป็นของเธอต่างหากล่ะ” อาจต้องโทษกลิ่นกำยานภายในห้องที่ทำให้ทั้งองค์รัชทายาทเพิ่มดีกรีความเอาแต่ใจหรืออย่างไร คยูฮยอนหน้าร้อนผ่าวเมื่อร่างสูงยืดตัวขึ้นถอดเสื้อยืดสีขาวก่อนจะเหวี่ยงมันไปไกลสายตาเพื่อเผยมัดกล้ามอันสมส่วน กดยิ้มทะเล้นพร้อมฝ่ามือที่สอดเข้ามาโอบรอบเอวคอด
สุดท้ายก็ต้องถูกอุ้มเข้าห้องน้ำจนได้...


หากต้องเลือกระหว่างทะเลพยองอันกับทะเลบาหลี...คยูฮยอนเองก็เลือกไม่ถูกเช่นกัน เด็กหนุ่มนั่งชื่นชมบรรยากาศทะเลภายใต้ร่มบังแดดสีสันสดใสโดยมีไกด์สาวพิเศษอย่าง ซานดาร่า ปาร์ค บอกเล่าเรื่องราวเกร็ดความรู้เกี่ยวกับหาดคุตาและบาหลีเช่นเคย หนนี้หล่อนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสบายๆ กางเกงยีนขาสั้นรวมไปถึงเสื้อยืดตัวโคร่งมองเห็นสายชุดว่ายน้ำบิกินี่ซึ่งคล้องรอบลำคอระหง ในขณะที่คยูฮยอนสวมเสื้อยืดธรรมดาๆ และกางเกงผ้าขาสั้นสีเข้มที่มองดูแล้วไม่สั้นจนเกินไปหรือทำให้คนชอบดุนึกหงุดหงิด การเฝ้ามองและสังเกตวิถีชีวิตของผู้คนต่างเชื้อชาติ เป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหลสำหรับบาหลี เพราะชาวพื้นเมืองต่างดูแลและต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี
เด็กหนุ่มเอนกายลงบนเบาะรองนอนโดยที่สายตายังไม่คลาดไปจากเจ้าของผิวสีคร้ามแดด...ไม่น่าเชื่อว่าองค์รัชทายาทชีวอนจะโปรดปรานการเล่นโต้คลื่น และการมาหาดคุตาแห่งนี้ก็เข้าทางสปอร์ตแมนมากเชียวล่ะ เขาปล่อยให้อีกคนได้สนุกสนานไปกับการเล่นกีฬาทางน้ำ เพริดไปกับกระแสเกลียวคลื่น พลางเอ่ยปากถามสิ่งที่สงสัยเกี่ยวกับบาหลีเป็นพักๆ ทั้งเขาและดาร่าอายุเท่ากันแต่ถึงอย่างนั้นหล่อนกลับมีภาพลักษณ์เหมือนพี่สาวเขาเสียมากกว่า
“คุณดาร่าเป็นคนชอบท่องเที่ยวอย่างนั้นสินะครับ”
“ค่ะ...ฉันชอบเดินทางไปเรื่อยๆ เบื่อเกาหลีก็ออกไปเที่ยวพักผ่อน...จนสุดท้ายเกิดมาติดใจบาหลีเข้าอย่างจัง”
“แล้วงานที่คุณทำ...เป็นงานช่วยเหลือสังคมสินะครับ อย่างนี้คุณก็ต้องขาดงานมาไปเป็นไกด์ให้ผมสิ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ บังเอิญมีคนเข้ามาทำแทนพอดี...ฉันอยู่ในช่วงพักร้อน หลังจากนี้ก็ว่าจะกลับเกาหลีไปเยี่ยมครอบครัวด้วย”
“ดีเลยสิครับ...”
เผื่อคุณจะโชคดีได้เจอกับพี่ดงกันของผม คยูฮยอนเก็บประโยคหลังนั่นไว้ในใจ เหลือบมองเสี้ยวหน้าหวานสวยของหล่อน นึกๆ ดูแล้วถ้าหากพี่ชายของเขาได้รู้จักกับผู้หญิงคนนี้ หัวใจแข็งกระด้างที่แทบจะปิดตายดวงนั้นอาจมีชีวิตชีวาขึ้นและเลิกจนดิ่งกับความรักครั้งเก่าสักที...เขาไม่เคยรู้ว่าผู้หญิงที่ทำให้พี่ดงกันเจ็บปวดจนเข็ดหลาบในความรักคือใคร แต่ก็เอาเถอะ...โจ คยูฮยอนคนนี้จะลองทำตัวเป็นกามเทพแผลงศรรักดูสักครั้ง!

เชื่อเขาเลยว่าองค์รัชทายาทมักทำตัวเอาแต่ใจกับเขาแค่คนเดียว...
หลังชายหนุ่มเล่นโต้คลื่นจนหนำใจก็วิ่งมาลากเขาลงไปเล่นน้ำทะเลด้วยกันโดยที่ซานดาร่าเองได้แต่ยิ้มขำเมื่อดวงตาคล้ายแมวสีดำนิลหันไปขอความช่วยเหลือ หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ เป็นการบอกว่าหล่อนนั้นจะไม่ขอยุ่งใดๆ ร่างโปร่งถูกช้อนตัวขึ้นจากพื้น ตกใจจนต้องคล้องแขนรอบคอของคนตัวโต ถูกแกล้งโยนลงทะเลจนตัวเปียกโชก คยูฮยอนได้แต่มองคาดโทษไปยังคนขี้แกล้ง วักน้ำสาดไปยังองค์ชายตัวดี
ตั้งแต่ตื่นเช้ามาเขาก็ถูกอีกคนแกล้งไม่หยุดหย่อน ทั้งแกล้งกักร่างไว้บนเตียง ไหนจะการแกล้งจูบหนักๆ เมื่อเขาเผลอหลุดเรียกแทนตนว่ากระหม่อม หรือเรียกอีกคนว่าองค์ชาย กว่าจะได้ออกจากโรงแรมมาที่หาดคุตา ริมฝีปากอิ่มแทบจะเห่อช้ำอยู่รอมร่อ
ใช้เวลาอยู่ที่หาดคุตาจนถึงเย็น พระอาทิตย์สีส้มดวงใหญ่คล้อยต่ำเตรียมลับขอบฟ้า มันเป็นสิ่งที่พวกเขาเฝ้ารอ และมันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาผิดหวัง...ยามอาทิตย์อัสดงสู่พื้นน้ำท้องทะเลบาหลีดูสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ไปอีกแบบ นั่งอยู่ที่หาดทรายกระทั่งผืนน้ำกลืนกินดวงไฟขนาดยักษ์โดยมีชายหนุ่มตัวโตเอนศีรษะซบไหล่ของเขาไม่ห่างแถมยังผล็อยหลับไปแล้วเสียด้วย ไม่รู้ว่าเมื่อครู่เจ้าตัวเห็นภาพพระอาทิตย์ตกดินหรือเปล่า คยูฮยอนยิ้มขำระคนหมั่นไส้ แกล้งลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่บอกกล่าว ยังผลให้ชายหนุ่มสะดุ้งตัวตื่น ปรือตามองเขาราวกับเด็กโข่งไม่รู้จักโต
“องค์ชาย...เออ.. ค-คุณชีวอน ไปกันเถอะครับ คุณดาร่ารอแย่แล้ว” มองเห็นแววประกายวาบวับเช่นนั้น คยูฮยอนก็พอจะทราบว่าองค์ชายจอมเอาแต่ใจคงหวังทำโทษเรื่องที่เขาเผลอเรื่องอีกคนว่าองค์ชายครั้นกลับไปที่โรงแรมแน่ๆ ร่างโปร่งรีบสาวเท้ากลับไปยังรถอีโก้คาร์คันเล็กสีแดงเลือดหมู ซึ่งที่นั่นหญิงสาวยืนรออยู่ก่อนแล้ว
“ฉันคิดว่าจะพาพวกคุณไปย่านผับและบาร์เครื่องดื่มสักหน่อย ที่นั่นครึกครื้นสำหรับนักท่องเที่ยวมากค่ะ และพวกคุณก็น่าจะถูกใจถ้าได้ไปเดินเล่นดื่มด่ำบรรยากาศ” หล่อนยังคงใช้น้ำเสียงน่าฟังเสมอกับเขา คยูฮยอนพยักหน้ารับ ถึงจะรู้ว่าตนเองไปด้วยกันไม่ค่อยได้กับแอลกอฮอล์สักเท่าไหร่
“อ่า...ความจริงผมกับเครื่องดื่มไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไรครับ...ไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อยก็คงดี”
“คุณชีวอนว่ายังไงคะ สนใจไปย่านบาร์เครื่องดื่มไหม?” ดาร่าหันไปถามชายหนุ่มที่ก้าวเดินเอื่อยๆ มาถึงยังลานจอดรถพอดิบพอดี หล่อนมองแววตาซุกซนขององค์รัชทายาทแห่งเกาหลีซึ่งจับจ้องไปยังร่างโปร่งบางของหนุ่มน้อยข้างกายที่มัวแต่มองสีสันของไฟประดับห้างร้านริมหาดด้วยความสนอกสนใจ
มองๆ ดูแล้ว โจ คยูฮยอนช่างเหมือนกับลูกแมวที่มักถูกแมวตัวโตกว่าจ้องจะแกล้งได้ทุกขณะเลยสิน่า...

ผลสุดท้าย...ร่างโปร่งกลับตัวอ่อนปวกเปียกเพียงเพราะเหล้ารสชาติอ่อนไม่กี่แก้ว เนื้อตัวแดงจัดเนื่องด้วยแพ้แอลกอฮอล์เป็นแน่ กระนั้นเจ้าตัวเองก็ยังพอจะมีสติครองตัวเองให้ยืนได้มั่นคง หญิงสาวเพียงแต่แนะนำเหล้าที่อ่อนที่สุดให้แล้วเชียว สุดท้ายหนุ่มน้อยซึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหล่อนแท้ๆ กลับดูไร้เดียงสาเสียเหลือเกิน ทั้งที่คยูฮยอนเล่าว่าตนไปเรียนไฮสคูลและระดับมหาวิทยาลัยถึงอังกฤษ แต่เธอแทบมองไม่เห็นนิสัยวัยรุ่นอังกฤษในตัวของคนคนนี้เลยแม้แต่น้อย ดาร่าเห็นว่าถึงเวลาที่เธอควรจะพาลูกทัวร์พิเศษกลับโรงแรม ใช้เวลาขับรถจากหาดคุตากลับมายังโรงแรมไม่นาน หล่อนส่งคนทั้งคู่ถึงหน้าประตูโรงแรม จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนการท่องเที่ยวในวันรุ่งขึ้นให้สายขึ้นมานิดหน่อย เพราะเกรงว่าคยูฮยอนอาจตื่นไม่ไหว
เพราะเนื้อตัวที่มอมแมมจากการเล่นน้ำทะเลแบบนี้ ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะประคองคนเมาจนเริ่มงอแงมานั่งพักรับลมทะเลที่เก้าอี้สานริมระเบียงซะก่อน จัดการให้ร่างบางนั่งลงบนตัก ศีรษะทุยเอนซบอกโดยอัตโนมัติ ถึงจะนึกสงสารที่อีกคนดูอาการแย่พอดูแต่เพราะซานดาร่าเองก็ป้อนยาแก้แพ้ให้เด็กหนุ่มไปแล้ว ตอนนี้คงเพียงแค่รอให้คยูฮยอนรู้สึกดีขึ้นแล้วค่อยพาไปอาบน้ำพักผ่อน
“ดีขึ้นหรือเปล่า” กระซิบถามขณะลูบฝ่ามือไปตามเรือนผม เด็กหนุ่มพยักหน้าเบาๆ
“รู้สึกดีขึ้นหน่อยแล้วครับ”
“ถ้าดื่มไม่เป็นก็ไม่เห็นต้องดื่มเลย”
“แค่อยากรู้ว่ามันเป็นยังไงหนิครับ อีกอย่างก็นึกว่าจะไม่แพ้เหล้าขนาดนี้...” น้ำเสียงที่ว่ายังฟังดูเหมือนคนเมาอยู่ดี ไหนจะการที่ร่างบนตักขยับตัวยุกยิกเหมือนไม่สบายตัวนั่นอีก
“คิดว่าฉันควรลงโทษเธอดีไหมล่ะที่ดื้อจนได้เรื่อง”
สิ่งล้ำค่าจากพยองอันนิ่งเงียบไป คงเพราะความเมากระมังที่ทำให้คยูฮยอนดูงอแงแถมยังเริ่มพยศกับเขาทั้งที่แทบจะไม่แสดงท่าทีเช่นนี้มานานมากแล้ว องค์ชายชีวอนมองอากัปที่หนุ่มน้อยยกเรียวนิ้วขึ้นมากัดเล็บเช่นนั้นก็ได้แต่ถอนใจ คยูฮยอนไม่เคยกัดเล็บให้เขาเห็นเลยสักครั้ง เขามองว่าท่าทางกึ่งงอแงคงเป็นผลข้างเคียงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดึงเอาสัญชาตญาณและนิสัยเบื้องลึกของคนคนนี้ออกมาให้เห็น
จัดการดึงนิ้วออกจากกลีบปากอิ่มเพราะกลัวอีกคนจะกัดเล็บจนเลือดซิบ ชายหนุ่มกดจูบแผ่วเบาลงบนฝ่ามือบาง ไล้แตะริมฝีปากลงบนเส้นชีพจรทำเอาอีกคนเบิกตาด้วยความตกใจ ร่างสูงอาจไม่รู้ตัวเป็นแน่ว่าสัมผัสอุ่นๆ เช่นนั้นกลับทำให้หัวใจของคนอ่อนเยาว์กว่าเต้นแรงอย่างไร้สาเหตุ มันให้ความรู้สึกวาบหวามมากกว่าการแต้มจูบที่ส่วนอื่นเสียอีก คยูฮยอนพยายามสูดหายใจลึกหวังจะให้สมองโล่งโปร่ง แต่เปล่าเลย...เพราะเมื่อเรียวปากคมจูบซ้ำๆ ที่ฝ่ามือเช่นนั้นราวกับแกล้งกัน เขาก็ยิ่งอยู่ไม่สุข ร้อนผ่าวไปทั่วฝ่ามือและมันกลับแล่นลามไปทั่วร่างภายในไม่กี่วินาที
“อ-องค์ชาย...”
“หื้ม...บอกแล้วไงว่าถ้าเรียกฉันว่าองค์ชายจะโดนจูบลงโทษ” ถูกกระชับกอดเสียจนร่างแทบจมอก กลิ่นกำยานประจำห้องพักล่องลอยแตะจมูกเมื่อยามที่ใบหน้าคมคายเคลื่อนเข้ามาใกล้ คยูฮยอนชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่าอารมณ์รัญจวนที่ก่อเกิดขึ้นอย่างฉับพลันเป็นเพราะอะไรกันแน่...
            เพราะกลิ่นกำยานหอมละมุน
            เพราะแอลกอฮอลล์ที่กำลังหมุนเวียนในกระแสเลือด
            หรือเพราะดวงตาสีเข้มแฝงนัยเร่าร้อนนั่นกันแน่...
            คยูฮยอนไม่รู้เลยจริงๆ
            “รู้สึกหรือ?” เสียงพร่ากระซิบถาม พร้อมรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์นั่นอีก คยูฮยอนผินหน้าหลบหลีกหนีสายตาที่แทบจะหลอมเขาให้ละลายคาอกอยู่รอมร่อ... ใช่ เด็กหนุ่มกำลัง รู้สึกดั่งเช่นอีกคนว่า ลมหายใจอุ่นร้อนแผดเผาเนื้อผิวได้มากกว่าแสงแดดที่ชายหาดเสียอีก
            “อื้อ...” ปลายจมูกโด่งแตะเนินลำคอเพียงแผ่วเบา เล่นเอาหนุ่มน้อยสะดุ้งตัวปล่อยเสียงแห่งความอึดอัด เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มพราย ทีแรกอยากจะแกล้งเด็กคนนี้เสียหน่อย แต่ดูท่าเขาเองต่างหากกระมังที่อาจทนไม่ไหว ร่างโปร่งเริ่มขยับตัวคล้ายทรมานจากไฟอารมณ์ที่ค่อยๆ ถูกก่อขึ้น แก้มเนียนกลับแดงระเรื่อแม้กระทั่งริมฝีปากที่ดูน่าป้อนจูบยิ่งกว่าคราใด ไม่รอช้า...จัดการพลิกเรือนกายบางให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา
            เด็กหนุ่มร้อนไปทั้งกายเมื่อพบว่าตนนั่งคร่อมทับองค์รัชทายาทหนุ่ม แถมสะโพกยังเบียดซุกใกล้ส่วนกลางลำตัวอันแสนแข็งขืนของเก้าอี้มนุษย์ และโดยไม่ทันตั้งตัวฝ่ามือหนาเลื่อนสอดเข้าสำรวจเนื้อผิวสีน้ำนมที่ไม่ได้คล้ำเพราะแสงแดดในบาหลีเลยแม้แต่น้อย รั้งเกี่ยวเอวบางจนคยูฮยอนเสียหลัก ต้องใช้ฝ่ามือยันไว้กับแผ่นอก เขินใจแทบขาดเมื่อถูกดวงตาทรงเสน่ห์ทอดมองอย่างสื่อความหมาย
            สื่อว่า...พร้อมจะกลืนกินเขายังไงล่ะ!
            “ฉันยังไม่ให้เธอทำเองหรอก...ไม่ต้องกังวลไป” ทำไมถึงพูดเรื่องแบบนี้ได้ราวกับเป็นเรื่องธรรมดากันนะ! คยูฮยอนพร่ำบ่นอยู่ในใจ ถึงอย่างนั้นก็ปล่อยให้อุ้งมือใหญ่ปลดกระดุมกางเกงขาสั้นของเขาก่อนมันจะถูกดึงจนหลุดจากสะโพก ดวงตาคู่โตหรี่หลับไม่ต่างจากการถูกมนตราเพราะจุดนั้นถูกปรนเปรออย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งยังแอบวกมือไปเฟ้นเนื้อสะโพกหยอกล้อเรียกเสียงครวญในลำคอ หนุ่มน้อยจากพยองอันลืมไปเสียแล้วว่าเขาและชายหนุ่มต่างป้อนความสุขให้แก่กันที่ริมระเบียงห้อง อย่างไรก็ดีนั่นเพราะห้องพักหันหน้าสู่ทะเลและรอบข้างก็เงียบสงบเสมือนเป็นใจ พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องพะวงอะไร
          แค่ปล่อยให้ร่างกายดำเนินไปตามแต่ใจต้องการ
            “อ้ะ...” ซบหน้าลงบนไหล่หนา ร้องอย่างทรมานครั้นอีกคนควบคุมเขาด้วยอุ้งมือข้างเดียวเท่านั้น จังหวะการรูดขึ้นลงเน้นหนักเบาสลับกันไปและนี่ก็เป็นการเล้าโลมกันได้อย่างร้ายกาจ เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะเมื่อเขาเงียบเสียงไป องค์ชายขี้แกล้งก็มักหยุดมือและบีบเค้นแท่งเนื้อแต่พอเป็นพิธี แต่หากเขาเปล่งเสียงดังมากขึ้น อีกคนกลับปรนเปรอได้รวดเร็วจนสั่นสะท้านไปทั้งกาย คยูฮยอนจิกเล็บไปตามเสื้อกล้ามสีดำ ระบายอารมณ์อันหลากหลายด้วยการกำมือลงบนเนื้อผ้าชั้นดี...
เหตุใดครั้งนี้ไฟอารมณ์ในกายถึงได้ลุกโชนนัก นึกถามตนด้วยความฉงนใจ...แค่อยากให้เจ้าของร่างแกร่งกระทำการทุกอย่างได้แล้ว และเขาไม่อาจทนต่อการประโลมอารมณ์ไปได้มากกว่านี้จริงๆ
“ใจเย็นหน่อยสิ...” เพราะคนตัวขาวขบฟันลงบนไหล่หนาซ้ำๆ หากเสียงเข้มก็ยังเอ่ยบอกอย่างไม่รีบร้อน คยูฮยอนหัวสมองพร่าเลือนทว่าร่างกายยังตอบสนองในทุกสัมผัส...แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดขับเคลื่อนสัญชาตญาณดิบเสียจนเจ้าตัวควบคุมตนไม่อยู่
“อย่าแกล้งกระหม่อม...กระหม่อมทรมาน”
“หึหึ บอกแล้วไงว่าห้ามแทนตัวว่ากระหม่อม...สงสัยต้องทำโทษอีกสักที” ว่ากลั้วหัวเราะพลางประคบริมฝีปากดูดกลืนความหวานที่ดูท่าครั้งนี้อาจแฝงรสเผ็ดร้อนกว่าครั้งไหน เมื่อเด็กหนุ่มกลับจูบตอบสมกับที่เขาตั้งใจแกล้งเสียเหลือเกิน ฟันขาวแอบกัดมุมปากเขาเบาๆ ก่อนเรียวลิ้นเล็กนั้นจะกระหวัดเกี่ยวซุกซน หลีกหนีกันเป็นบางจังหวะ แต่บางจังหวะกลับเปิดโอกาสให้ร่างสูงได้ดื่มด่ำจนสาใจ ผละมองใบหน้าขึ้นสีที่ดูยั่วเย้าจนน่าตี ปากแดงเปล่งเสียงผะแผ่วเนื่องด้วยส่วนนั้นยังถูกเขาประคองรูดไม่หยุด
ความชื้นปริ่มที่ส่วนปลายและชายหนุ่มเองก็ไม่ต้องการให้เด็กหนุ่มปลดปล่อยเอาตอนนี้ จึงผละมือออกก่อนจะไต่มือไปตามแนวสะโพก แทรกแหวกเนื้อนิ่มเบาๆ ฟังเสียงครางกระเส่าข้างกกหู มองเห็นฝ่ามือบางที่สอดเข้ามากอบกุมแก่นกายของตนเอง ทีนี้องค์ชายชีวอนพรูลมหายใจอย่างเสียไม่ได้ เอาเถอะ...เขาจะปล่อยให้ร่างบางกระทำส่วนหน้าของตนเอง ในเมื่อภาพศิลปะบนตัวเขาก็ช่วยโหมพัดคลื่นรักในกายได้มากพอดู
“อ๊า...อ่ะ”
เสียงหวานนั่นฟังดูรัญจวนใจขึ้นทุกเมื่อ อาจเพราะเจ้าตัวได้ช่วยตัวเองตามจังหวะที่หวัง และร่างบางคงไม่รู้ตัวกระมังว่าริมฝีปากที่เผยออ้าเช่นนี้ ดีแต่จะทำให้เขาเริ่มเตลิดจนเกือบลืมสิ่งที่ตนต้องการจะทำเสียอย่างงั้น ช่องทางรักคลี่เปิดได้ง่ายเพราะเมื่อวานเกิดกิจกรรมรักสั้นๆ ขณะอาบน้ำ มันเป็นผลดีทีเดียวเพราะเขาสามารถแทรกนิ้วเข้าสู่โพรงเนื้อนิ่มได้สะดวกโดยไม่ต้องอาศัยน้ำรักเข้าช่วย คิ้วหนาเลิกขึ้นประหลาดใจด้วยเพราะสะโพกมนนั้นโก่งขึ้นอย่างรู้งาน สมาธิจะแตกซ่านอยู่แล้วเพราะคนตัวขาวครวญครางริมหู เรือนร่างที่ใครต่อใครบอกว่าโปร่งบางหนักหนา แต่คงมีชายหนุ่มผู้เดียวที่ได้รับรู้ว่าร่างนี้กลมกลึงไปทุกส่วน...
“คยูฮยอนนา...อื้ม” รอยยิ้มพึงใจปรากฏแก่รูปหน้าคมคายพลางครางต่ำในลำคอ แปลกใจที่มือเล็กนั้นตะปบลงบนกลางเป้ากางเกงของเขา กระจ่างในใจเมื่อลูกแมวตัวขาวสอดมือเข้ามาภายใน ใครจะคิดว่าสิ่งล้ำค่าจากพยองอันที่เขามองว่าทำตัวนุ่มนิ่มตลอดเวลากลับล้วงมือเข้ามาควานหาส่วนนั้นของเขา และท่าทางเจ้าตัวก็คงถูกใจมากเป็นแน่ เพราะเมื่อเรียวนิ้วนั้นกอบกุมอยู่มือ เขาจึงรับรู้ได้ในทันทีว่าคยูฮยอนต้องการเขามากเพียงใด
การมองคนน่ารักปรนเปรอให้ทั้งตนและตัวเขาแบบนี้...คิดว่าองค์รัชทายาทชีวอนจะทนแกล้งร่างบางไปได้อีกสักกี่ น้ำ
“คุณแกล้งผมได้...ผ-ผมก็เอาคืนได้ ม..เหมือนกัน” แม้จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นไปสักหน่อย ไม่ลืมแทนสรรพนามได้อย่างถูกต้อง แต่ก็ยอมรับเลยละว่าคยูฮยอนนั้นเอาคืนเขาได้สำเร็จ ชายหนุ่มคำรามในลำคอเป็นพักๆ เมื่ออุ้งมือซุกซนมอบความสุขให้เขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแถมยังกระถดตัวต่ำลงให้แก่นกายเขาทั้งคู่สัมผัสกันแนบแน่น วินาทีนี้เขาแทบคลั่ง...ไหนจะเรียวนิ้วที่ควานค้างภายในช่องทางสวาทซึ่งตอดรับกันอยู่เนืองๆ ขยับนิ้วเข้าออกพลางเพิ่มจำนวนเพื่อขยายเปิดทางเป็นการเตรียมต้อนรับสิ่งอื่นที่อาจสร้างความสุขได้มากกว่า
“อ๊า!!” เสื้อกล้ามสีดำเปรอะไปด้วยคราบรักขาวจากการปลดปล่อยครั้งแรกของเด็กหนุ่ม คราวนี้ร่างสูงยืดตัวเพื่อถอดเสื้อกล้ามออกก่อนจะดึงคนตัวขาวให้นั่งหันหลังระหว่างหว่างขาของเขา สอดมือรวบสะโพกงอนขึ้นเล็กน้อยพลางประคองให้อีกคนค่อยๆ กลืนกินแก่นกายซึ่งขยายพองจนพร้อมสู่ศึก พักสูดหายใจเข้าปอด ตะคองกอดแนบชิดแผ่นหลังบาง แต้มจุมพิตไปทั่วกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้ม
“อย่าหลับตาล่ะ...มองทะเลไปด้วย บางทีเราอาจสนุกขึ้น” คงไม่มีความเก้อเขินที่เกิดขึ้นกับร่างบางอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อคยูฮยอนไม่อาจกลั้นเสียงเย้ายวนอารมณ์ได้แต่อย่างใด ดวงตาโตไม่อาจปรือปิดทั้งที่ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงโยก เด็กหนุ่มยังคงทอดสายตามองคลื่นทะเลบาหลีซึ่งซัดสาดเข้าฝั่งอย่างต่อเนื่อง เสมือนแก่นกายร้อนระอุ...สอดแทรกแตะจุดกระสันเสียวในทุกๆ ครา
“ฮื่อ...อ๊ะ...ตรงนั้น... ” เอนใบหน้าเพื่อที่อีกคนจะได้ละเมียดจูบตามไปตามลำคอระหง ออกปากเร้าเจ้าของร่างสูงให้กระทั้นแรงเข้าสู่ช่องทางหฤหรรษ์ในจุดที่ตนพอใจ แต่มีหรือที่ลูกแมวตัวน้อยจะสมใจอยากโดยไม่ถูกพ่อราชสีห์หนุ่มกลั่นแกล้ง
“เรียกชื่อฉันก่อนสิ” ว่าพลางงับติ่งหูเบาๆ
“อ๊า...องค์ชาย...”
“ไม่ คยูฮยอน... ชื่อของฉัน”
“ช-ชีวอน ชีวอน อ๊ะ...”
เวลานี้คยูฮยอนไม่อาจนำบทรักครั้งนี้ไปเปรียบเทียบกับครั้งก่อนหน้าได้เลย หรือแม้แต่คลื่นทะเลก็ไม่อาจสู้คลื่นรักที่โหมซัด ชายหนุ่มเฝ้ามองเนื้อผิวแดงจัดซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยที่เขาได้ทำไว้ทั้งสิ้น อดไม่ไหวต้องกระแทกแรงซ้ำๆ จนกายบางสั่นสะท้านทุกลมหายใจ เลื่อนฝ่ามือขึ้นบดคลึงยอดอกสีชมพูด้วยนึกหมั่นเขี้ยวพิกล เอ็นเนื้อแข็งแรงสามารถทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี สอดลึกในจุดที่เขาแทบไม่เคยสอดแทรกเข้าไปหา...และใครก็ไม่อาจแตะต้องสิ่งล้ำค่าจากพยองอันได้ลึกซึ้งเว้นเสียแต่เขาเพียงผู้เดียว
            สายน้ำแห่งความรัญจวนฉีดสู่เจ้าของร่างโปร่ง...ต่างคนต่างได้รับการปลดปล่อยไฟอารมณ์ท่ามกลางเสียงคลื่นซัดฝั่ง หากไม่จบเพียงเท่านั้น แม้จะถอนกายออกมาแล้ว ชายหนุ่มช้อนร่างขาวซึ่งใกล้จะหมดแรงไว้แนบอก สบนัยน์ตาลูกแก้วสีรัตติกาลด้วยทราบเป็นอย่างดีว่าอย่างไรเสีย...เด็กคนนี้ย่อมต้องการเขาอีกครั้ง...
            และไม่ยอมหยุดง่ายๆ
“อาบน้ำก่อนไหม?”
“ก็ได้ครับ...”
ยิ้มเอ็นดูครั้นเด็กหนุ่มตอบเสียงพร่า ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปยังห้องน้ำโอ่โถง แกะเกี่ยวเสื้อผ้าที่ยังหลงเหลือบนร่างกาย อย่างไรก็ดี...เขานั้นไม่ได้ตั้งใจจะสานต่อกิจกรรมในอ่างอาบน้ำเป็นแน่...การเล่นน้ำทะเลมาทั้งวันอาจจะทำให้คยูฮยอนไม่สบายเอาซะก่อน การแช่น้ำนานๆ อาจไม่ใช่เรื่องดี ว่าแล้วเขาก็วางร่างโปร่งลงใต้ฝักบัว จัดการลูบครีมอาบน้ำตามเนื้อผิวพรรณผ่องสวย ได้ยินอีกคนบอกแผ่วๆ ว่าอาบเองได้ แต่องค์ชายชีวอนเช่นเขาไม่ยอมหยุดแกล้งลูกแมวตัวขาวได้อยู่แล้ว แอบแทรกนิ้วเข้าไปควานทำความสะอาดช่องทางรักเพียงนิด ปาดมือลูบฟองไปตามหว่างขาเรียวบ้างล่ะ ถือเป็นการเก็บเกี่ยวกำไรไปตามประสา
ใบหน้าน่ารักนั่นเผลอกัดริมฝีปากล่างดั่งพยายามกลั้นเสียงครางอีกแล้ว... เขาละจะคลั่งตาย!
ชีวอนทราบดีว่าการอาบน้ำไม่ได้ช่วยให้อารมณ์รักมอดลงแม้แต่น้อย เพราะเพียงแค่ก้าวเดินออกจากห้องน้ำ ซับกายด้วยผ้าขนหนูได้ไม่นาน เด็กหนุ่มกลับถูกพันเกี่ยวกับพันธนาการมีชีวิตอย่างองค์รัชทายาทขี้แกล้งอีกเช่นเคย ผิดแต่หนนี้คยูฮยอนทราบว่าตนไม่ได้ถูกฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ครอบงำอีกต่อไปแล้ว ดูท่า...อะไรๆ ก็ขึ้นอยู่กับ... จิตใต้สำนึกทั้งสิ้น
กลิ่นกำยานหอมฟุ้งทำให้เด็กหนุ่มนึกปั่นป่วนอีกครา... ทว่าดูเหมือนชายหนุ่มคงชินกับกลิ่นนี้แล้วกระมังถึงได้ไม่มีท่าทีเช่นเดียวกับเขา คยูฮยอนนิ่วหน้าเมื่อไฟในกายลุกโชนอย่างไร้สาเหตุเพียงแค่สบตานัยน์ตาทรงเสน่ห์ สันจมูกเคลื่อนเข้ามาคลอเคลียทั้งยังรินรดลมหายใจอุ่นร้อนไปทั่วสรรพางค์
“ต่อเลยไหม?” กระซิบหยอกเย้าพลางจูบซับไปทั่วเนินคอ
“ตอนนี้เลยหรอครับ...” แย้มยิ้มตอบโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าอีกคนมองเด็กหนุ่มนั่นกลายเป็นคนช่างยั่วไปเสียแล้ว
“แล้วจะตอนไหนล่ะ...”
“ฮื่อ...” พ่นลมหายใจออกมาได้อย่างน่ารักเมื่อองค์ชายตัวดีแสร้งกลอกตาไปมาทั้งที่โอบรัดเอวคอดไว้เสียจนอีกคนขยับหนีไปไหนไม่ได้ ส่วนนั้นแตะกันเล็กน้อยทำเอา รู้สึกไปถึงไหนต่อไหน
“ลงโทษเธอที่ตัวหอมเกินไปดีกว่า...” กดจมูกลงบนแก้มนิ่มแรงๆ พลางเอนกายคร่อมทับหนุ่มน้อยลงบนเตียงกว้าง
ไม่อาจรอเวลาใดๆ อีกต่อไปแล้ว...

บางทีทริปการเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้นอาจต้องยกเลิกเป็นแน่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น