Rose
Addict
- 8 -
บรรยากาศในห้องนอนเงียบเชียบ
ท้องฟ้าข้างนอกตัวคอนโดฯมืดสนิท ลมหนาวกำลังเข้ามาเยี่ยมเยือน ชายหนุ่มเฝ้ามองแผ่นหลังบางที่กำลังเก็บเสื้อผ้าบางชุดรวมไปถึงของใช้บางอย่างลงกระเป๋าเป้
พรุ่งนี้พ่อแม่ของคยูฮยอนกลับมาจากต่างจังหวัดพร้อมกัน
เป็นกำหนดที่ช้าไปเกือบอาทิตย์
อย่างน้อยมันก็ยืดเวลาให้พวกเขาใช้เวลาร่วมกันได้อย่างอิ่มหนำใจ ถึงอย่างนั้น...
เช้าวันรุ่งขึ้นก็เท่ากับเขาต้องไปส่งเด็กคนนี้ให้ถึงบ้านก่อนที่ผู้ใหญ่ทั้งสองจะกลับมา
อันที่จริง ชเว ชีวอนรู้ว่าการหลบๆ ซ่อนๆ สายตาของพ่อแม่คยูฮยอนไม่ใช่เรื่องที่ลูกผู้ชายอย่างเขาควรจะทำ
ทั้งเขาก็เป็นผู้ใหญ่มากขนาดนี้แล้วเชียว ทว่าดูเหมือนเด็กคนนี้ยังไม่พร้อมที่จะให้พ่อแม่ของเจ้าตัวต้องมารับรู้เรื่องเกี่ยวกับกลุ่มชเวที่ยังวุ่นวายและคาดเดาสถานการณ์ไม่ได้ต่างหาก
ซึ่งนั่นชีวอนก็เข้าใจดีอยู่แล้วและต้องการสะสางเรื่องราวให้เรียบร้อยเพื่อที่คนรอบข้างไม่ต้องเสี่ยงอันตราย
ท่านประธานชเวอย่างเขาเจออะไรมามาก...เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาไม่รู้กี่ครั้ง
เขารับอันตรายได้หลากหลายรูปแบบแต่จะให้คนรอบข้างหรือคนที่เกี่ยวข้องต้องมาเสี่ยงกับเรื่องนี้
ชเว ชีวอนไม่ต้องการ...ยิ่งกับเด็กนี่แล้วล่ะก็...ชีวิตทั้งชีวิตเขาก็ยอมแลกเพื่อลมหายใจของโจ
คยูฮยอนจริงๆ นั่นเพราะ...ดอกกุหลาบดอกนี้ช่างมีค่ากับเขาเหลือเกิน
ชายหนุ่มถอนหายใจ...เขาพิงศีรษะกับหัวเตียง
มองเรือนร่างโปร่งที่เดินวนไปวนมาในห้องเพื่อเก็บข้าวของของตัวเอง แสงสีส้มนวลจากโคมไฟช่วยขับให้ผิวขาวจัดดูละมุนไม่หยอก
และเมื่อเด็กหนุ่มปิดซิปกระเป๋าเป้เสร็จสรรพ ฝ่ามือหนาจึงตบลงเบาๆ
บนพื้นเตียงข้างกาย และนั่นก็ทำให้ลูกแมวของเขาคลานขึ้นมานอนข้างกัน หัวทุยๆ
เอนซบที่หัวไหล่ของเขาก่อนเจ้าตัวจะออกปากบ่นพึมพำ
“ไม่อยากกลับเลย...”
ท่าทางจะอ้อนเขาอย่างนั้นหรือ... ชายหนุ่มนึกหัวเราะเอ็นดู
“ทำไมล่ะ?”
เขาแกล้งแหย่... ดวงตาคู่กลมช้อนมองเขาอย่างกระเง้ากระงอด
“ไม่ชิน
แล้วก็เป็นห่วงคุณ”
“เสาร์อาทิตย์ก็ต้องเจอกันอยู่แล้ว...ไม่ต้องห่วงไปหรอก”
ชีวอนว่าพลางกดจมูกลงบนกลุ่มเส้นผมสีเข้ม หลับตารับกลิ่นแชมพูกลิ่นเดียวกัน
ทว่ามันกลับหอมละมุนกว่ากันยิ่งนัก
เขาทำข้อตกลงระหว่างคยูฮยอนเพื่อที่อย่างน้อย...เขาจะได้ไม่ต้องขาดใจไปเสียก่อน
เชื่อว่าเด็กตัวขาวก็คงไม่ต่างกัน
แค่วันหยุดเสาร์อาทิตย์เพียงไม่กี่วันก็น่าจะช่วยให้ไม่รู้สึกต้องห่างกันมากเกินไป
อีกทั้งเขายังสั่งให้ลูกน้องคอยติดตามคยูฮยอนอยู่เรื่อยๆ
เพราะทราบดีว่ากลุ่มคิมมักเล่นแผลงแม้พวกเขาจะระวังเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม
“อยากให้เสาร์อาทิตย์วนมาถึงเร็วๆ
ชะมัด...”
“....”
“ผมยังไม่ให้รางวัลที่คุณสอนการบ้านภาษาจีนให้ผมเลยนะ...อันที่จริง......ให้ตอนนี้เลยก็ได้...”
...เดี๋ยวนี้ก็ช่างอ้อนเขาเสียจริง
แน่ใจนะว่าตอนนี้โจ คยูฮยอนคือลูกแมวไม่ประสีประสา...
หนุ่มน้อยข้างกายถึงได้ขยับกายเข้ามาหา ใบหน้ากลมเกลี้ยงโน้มหน้ามาจูบที่ริมฝีปากคมเบาๆ
ก่อนจะผละออก เจ้าตัวอมยิ้มหวาน มองๆ ดูแล้วกลับคล้ายว่ากำลังยั่วยวนเชิญชวน
ชายหนุ่มอดนึกแปลกใจไม่ได้ เปลี่ยนไปมากขนาดนี้เชียวหรือ...เด็กคนนี้น่ะ
หรือเพราะแท้จริงตัวตนอีกตัวของคยูฮยอนที่เคยถูกปิดซ่อนได้ออกมาโลดแล่นต่อหน้าเขาแล้วกัน
เขาพลิกกายโอบกอดร่างนุ่มนิ่ม ฝ่ามือเอื้อมไปปิดโคมไฟตรงหัวเตียง
ปล่อยให้ความต้องการในกายชักจูงสู่ห้วงอารมณ์อัศจรรย์ที่ไม่เคยมีสักครั้งที่ปฏิเสธได้
กายขาวเป็นที่ต้องตาต้องใจเขาเสมอ โจ คยูฮยอนไม่ต่างจากดอกกุหลาบดอกเล็กๆ
ที่แม้ชูดอกอยู่ตามลำพัง ไม่เด่นจนสะดุดตาเพราะเติบโตท่ามกลางเถ้าไม้ที่ปิดกั้น
กระนั้นก็สามารถดึงดูดผีเสื้อให้เข้าไปดอมดม...เป็นดอกกุหลาบแรกแย้มที่เขาค้นพบและเพียรถนอมให้ผลิบานอย่างสวยงามและแข็งแกร่ง
เมื่อแรงปรารถนาพุ่งสูงและมันก็ส่งผลให้ร่างสองร่างเกี่ยวกระหวัดกันเสียจนไม่มีช่องว่าง
ป้อนจูบพะเน้าพะนออยู่เช่นนั้น ฝ่ามือแหวกเสื้อนอนสีฟ้าอ่อนจนหมิ่นเหม่
สอดมือสำรวจไปทั่วเรือนร่าง เนื้อผิวเนียนละเอียดแต่งแต้มไปด้วยสีสันจากจุมพิต
อาจเพราะจะต้องห่างกันชั่วคราว...คลื่นความรักถึงได้ถาโถมเข้าหากันคล้ายทะเลที่กำลังบ้าคลั่ง
เด็กในปกครองของเขาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทั้งขยับกายแนบชิด
ทั้งช่วยถอดเสื้อกล้ามที่เกะกะ ดวงตาฉ่ำน้ำทอดมองผู้นำอย่างนึกอ้อน ฝ่ามือที่เข้าครอบครองแก่นเนื้อกลางลำตัวของหนุ่มน้อยขยับขึ้นลงไปตามจังหวะและนั่นก็เรียกเสียงครวญครางเสนาะหู
เพศรสที่เขาพร่ำสอนแก่คนอ่อนวัยกว่าช่วยทำให้กิจกรรมรักสานต่อได้หฤหรรษ์มากขึ้นกว่าเดิมยิ่งนัก
กายบางที่แอ่นรับสัมผัส ไหนจะเรียวขาที่เกี่ยวรัดช่วงเอวหนาทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจและทราบความต้องการในตัวเด็กคนนี้ได้มากขึ้น
เป็นภาษากายที่สื่อกันได้อย่างตรงไปตรงมา เรียวลิ้นที่ลากผ่านเนินอก
วกเข้าเชยชิมยอดบัวสีอ่อน เสียงครางหวิวหวีดร้องสูงในบางครั้งที่เขาปรนเปรอ
เล้าโลมกายขาวในจุดที่เจ้าตัวพอใจ ชายหนุ่มยิ้มพรายเมื่อครั้นที่ได้ยินเสียงหวานครางชื่อเขาเป็นพักๆ
เขาไม่อยากจะรีบร้อน ถึงได้แกล้งแต้มจูบไปทั่วผิวกายสลับกับฝ่ามือร้อนๆ
ที่รวบกำส่วนนั้นของคนใต้อาณัติอย่างชำนิชำนาญ
“ฮะ
อ๊า...อะ..อย่าแรงมากนะครับ ผมกลัวพ่อกับแม่รู้ วะ...ว่าไปทำอะไรมา...”
ว่าเสียงสั่นพร่าในจังหวะที่นิ้วยาวสะกิดช่องทางรักด้านหลัง ชายหนุ่มยิ้มรับ...แต่...เขาไม่อาจการันตีได้นักหรอกว่าจะทำได้อย่างที่คยูฮยอนร้องขอหรือเปล่า
เขากดนิ้วผ่านเนื้อนิ่มที่เคยได้สัมผัสมาไม่กี่ครั้งแต่กลับคุ้นเคย
ควานหาจุดพอดีและสอดแทรกนิ้วเข้าไปอีกนิ้ว พักหลังมานี้เขาเตรียมความพร้อมสำหรับเรื่องร่วมรักกับเด็กคนนี้มาพอควร
ถึงได้มีเจลหล่อลื่นติดไว้ในลิ้นชักข้างเตียง ไม่ลืมจะป้ายเจลเย็นๆ ไว้ที่นิ้ว
ไหนจะชโลมไว้ที่แก่นกายในยามใกล้สู้ศึก ดวงตาคู่คมมองใบหน้าชื้นเหงื่อที่กำลังบิดเบี้ยวไปตามอารมณ์ในกาย
เรียวปากอิ่มแดงเม้มเข้ากันเมื่อเขากดแรงลงไปหา
เรียวมือจิกลงบนท่อนแขนกำยำระบายซึ่งความอึดอัดทั้งหมดที่มี
ใบหน้าคมโน้มกายลงไปจูบแก้มนิ่มอย่างนึกปลอบ ปล่อยให้ช่วงล่างได้ปรับตัวอยู่สักพัก
เจ้าของเรือนกายขาวจัดก็ตอบรับสัมผัสทุกอย่างได้ดีจนชายหนุ่มยิ้มชม
แขนแข็งแรงโอบรัดช่วงเอวคอดก่อนจะค่อยๆ ขยับกายเข้าหา...เป็นจังหวะที่นาบเนิบ
แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นทั้งยังเร่าร้อนอยู่ในที
“เก่งขึ้นเหมือนกันนะเด็กน้อย...”
เสียงทุ้มเอ่ยแซวคนตัวบางในตอนที่เขากระทั้งแรงหนักจนเผลอคิดว่าคยูฮยอนจะต้องร้องเพราะเจ็บเป็นแน่
แต่เปล่าเลยเด็กหนุ่มกลับโอบรัดกายของเขามากขึ้นทั้งเรียวขาที่ตรึงรัดช่วงเอวบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเด็กคนนี้อยากให้เขาลงรักให้แนบชิดเสียยิ่งกว่าเดิม
ท่านประธานของกลุ่มชเวกัดแก้มยุ้ยด้วยนึกหมั่นเขี้ยว
แน่นอนว่าลูกแมวของเขาไม่ได้แต่เพียงนอนนิ่งอยู่เฉยๆ เจ้าตัวอ้าปากงับปากล่างของเขาทั้งยังเป็นคนเริ่มจูบซุกซน
สอดลิ้นอุ่นเล็กๆ เข้ามาหยอกเย้า เหมือนลูกแมวที่กำลังแกล้งเจ้าของไม่มีผิด...ชายหนุ่มหัวเราะแต่ลำคอในตอนที่แต้มจูบละมุนตอบกันไปมา...เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเสพติด
โจ คยูฮยอนมากถึงเพียงนี้
“อ๊ะ โอ้ย...”
ปากอิ่มครางเจ็บขึ้นมาเสียดื้อๆ ใบหน้าแดงระเรื่อขมวดคิ้วยุ่งเหยิง
เป็นภาพที่น่าขำระคนหมั่นไว้ไปในเวลาเดียวกัน
“อย่าทำตัวน่ารักนักสิ...เพราะฉันไม่รับประกันว่าฉันจะทำตามคำขอของเธอได้”
ชเว ชีวอนยิ้มทะเล้นในแบบนี้มีเพียงโจ คยูฮยอนเท่านั้นที่จะได้เห็น
แก้มนวลแดงซ่านขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า ยิ่งจังหวะรักที่กระทั้นแรงหนักหน่วงขึ้นยิ่งสร้างจุดเสียวซ่านในอารมณ์ได้ถึงขีดสุด
คยูฮยอนนึกอยู่ในใจ...ถึงจะเจ็บ...แต่ทำไมถึงชอบให้คนคนนี้กระทำอยู่เรื่อยๆ
ยิ่งแรงเท่าใด...ยิ่งไม่อยากให้ค่ำคืนนี้หมดไป ไม่อยากปล่อยอ้อมกอดนี้ไปไหนเลย...เขาถูกผู้ชายคนนี้หล่อหลอมให้กลายเป็นคนแบบนี้ได้ยังไงกันนะ!
“ช่างเถอะครับ...ผมถือว่าผมให้รางวัลคุณไง
อ๊ะ...คุณชีวอน!! อ๊า!” ไม่ทันจะพูดจบประโยคดี
เสียงนุ่มจึงขาดห้วงสลับเสียงน่าอาย ชายหนุ่มสวนแรงเบื้องล่างจนสะท้านไปทั้งกาย
ตัวโยกคลอนไปตามจังหวะ
เสียงหวีดร้องเมื่อครู่ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้ชายช่างเอาแต่ใจสอดแทรกกายจนลึกอย่างที่ไม่เคยเข้ามาลึกได้มากถึงเพียงนี้
ราวกับ...ร่างกายตรงนี้ไม่ใช่ของเขาแต่เป็นชองชเว ชีวอนไปหมดแล้ว...
เนื้อผิวที่แนบชิดในบางจังหวะ
ผละออกจากกันและย้ำน้ำหนักลงไปอีกที ช่างเป็นแรงดึงดูดระหว่างกันได้อย่างมหาศาล
ร้อนในอารมณ์แต่กลับชุ่มฉ่ำในหัวใจ มันทุกครั้งที่คนตัวขาวจะปลดเปลื้องอารมณ์ปวดหนึบออกมาก่อน
และนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มไม่รั้งรอที่จะให้ตนไปถึงจุดสุดยอดตาม แต้มจูบพร้อมรอยยิ้มในตอนที่ขยับกายเข้าหาราวกับจะทดแทนช่วงเวลาที่อาจต้องถวิลหาเป็นเท่าตัว
ดูเหมือนเด็กหนุ่มคงตกใจอยู่ไม่นอนที่จู่ๆ กลับถูกอุ้มให้อยู่ในท่านั่งซ้อนตักของอีกฝ่าย
แก่นกายที่ขยายตัวอยู่ภายในทำให้เนื้อปากทางตอดรับอยู่เนืองๆ
“ขยับเองได้ไหม...”
เสียงห้าวว่าอย่างนั้นทั้งยังส่งสายตาคล้ายดวงไฟที่พร้อมจะละลายตัวเขาได้เสมอ
คยูฮยอนพยักหน้ารับแต่โดยดี...กระนั้นเขาก็เก้อเขินเกินว่าจะมองรูปหน้าคมคายในเวลานี้
เจ้าตัวถึงได้โน้มใบหน้าซุกอกแกร่ง
ทอดสายตามองรอยสักของชายหนุ่มพลางสูดหายใจลึกราวกับรวบรวมพลังกายที่จะดำเนินท่วงทำนองรักต่อไป
ครั้นขยับกายขึ้นลงเองได้...ถึงมันจะดูลำบากไปหน่อย
ทั้งยังเสียวซ่านมากกว่าร่างขาวจัดถึงได้หยุดจังหวะไปชั่วครู่
“อื้อ...”
คางแหลมที่ไต่อยู่เหนือเนินคอทำให้เด็กหนุ่มร้องอื้ออย่างช่วยไม่ได้
รู้สึกได้ถึงความจั๊กจี้เพราะไรหนวดตอสั้นๆ ของคนที่เอาแต่ทำงานจนลืมใส่ใจ
ลมหายใจร้อนๆ รินรดไปทั่วเนื้อผิว
ราวกับผู้นำเกมต้องการเล้าโลมให้เขาทำตามแต่ใจต้องการ ไหนจะฝ่ามือหนาที่ลดลงมาบีบที่เนื้อสะโพกนิ่มเป็นระยะ...อีกครั้งที่ลองพยายามขยับกาย
คราวนี้คยูฮยอนคิดว่าตนคุมจังหวะได้อย่างมั่นคง ทั้งมันยัง...น่าสนุก
นอกจากสอนภาษาจีนเก่งแล้ว...ชเว
ชีวอนยังสอนเรื่องเพศรสให้เขาได้อย่างดีเยี่ยมเชียวล่ะ
“ดีมาก...ขยับอย่างนั้นล่ะ...อื้ม”
เสียงทุ้มกระซิบชมที่ข้างหู เด็กหนุ่มยิ้มพอใจเมื่อได้ยินเสียงครางต่ำเล็ดรอดออกมาจากเรียวปากได้รูป
การควบคุมจังหวะได้เองมันทำให้เขาไม่เจ็บเท่าไหร่ แถมยังช่วยให้อีกคนได้สุขสมในอารมณ์ด้วยฝีมือของเขาเอง
ปากอิ่มแดงอ้างับยอดอกของชายหนุ่มพลางดูดดึงอย่างที่อีกฝ่ายทำกับเขาบ้าง
เรียวเล็บข่วนจิกไปตามแผ่นหลังกำยำครั้นที่ร่างสูงกระทั้นแรงคืนราวกับกลั่นแกล้ง
ไฟในกายลุกโชนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...หากเทียบกับสองครั้งแรกที่ผ่านมา
อาจเรียกได้ว่าคยูฮยอนชอบการร่วมรักครั้งนี้ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
เลยก็ว่าได้...มันหวานละมุนแต่เร่าร้อนทุกครั้งที่กายสัมผัสกัน
“อ๊า...”
หนุ่มน้อยปลดปล่อยเป็นครั้งที่สอง...ทั้งที่ตนเป็นผู้ขยับเองแท้ๆ
ดวงตาคล้ายแมวตวัดมองเจ้าของเรือนกายหนา...ทำไมถึงได้อึดอย่างนี้นะ!
“ไหนบอกว่าไม่ให้แรง...เธอขยับแรงเองนะ”
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงเบา ปล่อยให้ร่างขาวบนตักขยับกายขึ้นลงอย่างดื้อรั้น และถ้าหากเขาไม่ถึงจุดสุดยอดเสียที...เด็กคนนี้อาจได้เหนื่อยจนตัวอ่อนเป็นแน่
เอาเถอะ...คงต้องอาศัยแรงเขาช่วยอีกหน่อย... ท่านประธานชเวผู้มีประสบการณ์มากกว่าโถมกายเข้าหา
ทั้งยังตรึงร่างบางให้แนบกับเตียงนุ่มอีกครั้ง แม้จะเห็นนัยน์ตาสีดำนิลฉายแววไม่พอใจกันอยู่หน่อย
เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ตนคั่งค้างในอารมณ์เสียจนนานเกินไป
แก่นกายขยับผลุบเข้าออกถี่รัว กดลงหนักๆ ในทุกครา
แตะจุดกระสันที่ทำเอาเด็กหนุ่มร้องครางจนสุดเสียง ใช้เวลาไม่นานประกอบกับการที่ทอดสายตามองใบหน้าที่มักเผลอยั่วยวนได้อย่างน่าตีอยู่เสมอ
สายน้ำอุ่นฉีดเข้าสู่กายบางเป็นครั้งแรก
เขาหอบหายใจถี่และเฝ้ามองคนใต้อาณัติช้อนตามองกึ่งอ้อนอีกครั้ง...
หรือต้องการจะสานต่อ?
“คือ....”
เม้มปากไม่ยอมพูดเป็นท่าประจำที่ชีวอนเห็นจากคนในปกครองเขาจนอ่านการกระทำนี้ออกเสมอ...
อยากจะแกล้งให้สาใจข้อหาทำตัวหน้าหมั่นเขี้ยวก่อนจะต้องห่างกันจริงๆ
เชียว!
“คืออะไร...พูดมาสิ”
ชีวอนเลือกที่จะแสร้งเลิกคิ้วมองคล้ายต้องการคำตอบเสียเดี๋ยวนั้น
“คือ...อยากอยู่กับคุณทั้งคืน...”
...หากนายน้อยของกลุ่มชเวต้องการเช่นนั้น...
ชเว ชีวอนจะปฏิเสธได้อย่างไร จริงไหม?
ชเว ชีวอนไม่ได้มาส่งเขาที่บ้านด้วยตนเองเพราะติดประชุมด่วนเรื่องคาสิโน...โจวมี่คือสารถีคนเดิมที่รับหน้าที่ตรงนี้
คยูฮยอนแอบถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มชาวจีนกับเพื่อนร่วมชั้นอย่างซอนมีเป็นพักๆ
คำตอบที่ได้คือ...กำลังไปได้สวยแม้ความรักครั้งนี้จะยังไม่ถูกเปิดเผยให้ใครได้ทราบนัก
เด็กหนุ่มก้มศีรษะขอบคุณโจวมี่อีกครั้งก่อนจะสะพายกระเป๋าเป้เดินเข้าตัวบ้านไป
ท่าทางคุณพ่อจะยังไม่กลับมาเพราะโรงจอดรถยังคงว่างเปล่า
และดูเหมือนจะมีเพียงคุณแม่คนดีเท่านั้นที่เพิ่งจะกลับมา เธอแปลกใจไปสักหน่อยที่เขาเดินตัวโงนเงนเข้าบ้านในยามสายโด่ง
เขาจึงจำต้องโป้ปดว่าเมื่อคืนทำรายงานที่บ้านเพื่อนดึกไปหน่อย...และวันนี้ก็ไม่อาจลากสังขารไปนั่งเรียนได้อย่างที่ควรจะเป็น
คุณแม่เอ็ดเขานิดหน่อยที่ทำตัวเลื่อนลอยบ่อยขึ้น เจ้าของใบหน้าหวานไม่อาจโต้เถียงอะไรออกไปได้นอกจากจุ๊บเบาๆ
ที่ริมฝีปากของเธอ ออดอ้อนไปอีกนิด ผู้เป็นแม่ก็จำต้องใจอ่อนและปล่อยให้เขาขึ้นไปนอนพักบนห้องโดยไม่ทักท้วงใดๆ
อีก
ที่ร่างกายเหนื่อยอ่อนขนาดนี้
เพราะบทรักเมื่อคืนใช่ย่อยเสียที่ไหนล่ะ!
ว่าแล้วร่างโปร่งก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอันแสนคุ้นเคยของเขา
คงต้องบอกว่า...เตียงที่คอนโดฯของผู้ชายคนนั้นอาจทำให้คยูฮยอนหลับสบายได้มากกว่าเสียแล้ว
เพราะมีกลิ่นกายของคนคนนั้นอบอวลอยู่โดยรอบ ...นี่โจ คยูฮยอนเพ้อขนาดนี้แล้วหรือ?
เรียวหน้ากลมขาวระบายยิ้มเขินทุกคราเมื่อยามนึกถึงช่วงเวลาที่เพิ่งจะผ่านมาหมาดๆ ภายใต้เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่ตอนนี้เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความคิดถึงที่อีกฝ่ายได้ฝากไว้...
แค่คิดว่าต้องเป็นห่วงชเว ชีวอนอยู่ห่างๆ แบบนี้
เขาก็ชักอยากจะให้วันเสาร์อาทิตย์วนมาบรรจบให้เร็วขึ้นเสียเหลือเกิน...
“หื้ม?...” เรียวมือยกขึ้นจับสายสร้อยบริเวณลำคอ...
จะว่าไปสร้อยนี่มาอยู่กับเขาได้อย่างไรกันล่ะ... คยูฮยอนลุกขึ้นนั่งบนเตียงอีกครั้งพลางพิจารณาสร้อยที่เขาจำได้แม่นว่าไม่เคยมีมันอยู่บนคอของเขาเลยด้วยซ้ำ
ทว่ามันกลับมาปรากฏเอาในตอนที่เขาไม่ได้สังเกตอะไร...สร้อยสีเงินแวววาว
ตรงจี้เป็นรูปตัวอักษรภาษาจีนซึ่งสลักไว้ได้อย่างสวยงาม มีมังกรเล่นไฟโอบล้อมอยู่โดยรอบ...เป็นความสง่าที่เคลือบแฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง...
ฝีมือของชเว
ชีวอนเป็นแน่ที่แอบใส่สร้อยเส้นนี้ให้เขาน่ะ... ข้อความคำว่า ต่อสู้
เหมือนที่อกซ้ายของผู้ชายคนนั้น
รวมไปถึงสัญลักษณ์มังกรเป็นเอกลักษณ์เช่นนี้...เป็นใครไปไม่ได้จริงๆ
คิดได้ดังนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความสั้นๆ
ส่งกลับไปหาใครอีกคนที่น่าจะกำลังยุ่งอยู่กับการประชุม
‘ขอบคุณสำหรับสร้อยนะครับ
เป็นห่วงและคิดถึงคุณสุดๆ เลย’
สีหน้าเคร่งเครียดของท่านประธานชเวกำลังทำให้บรรดาลูกน้องคนอื่นๆ
ไม่อาจกล้าสู้สายตา ห้องประชุมเต็มไปด้วยบรรยากาศน่าอึดอัด...แน่นอนทุกคนไม่มีใครสบายใจทั้งสิ้น
ตั้งแต่เมื่อเช้าที่กลุ่มฮันส่งข่าวมาบอกเรื่องปัญหาคาสิโนที่เพิ่งจะเริ่มก่อสร้างได้ไม่นาน
ดูเหมือนกลุ่มผู้มีอำนาจหลายๆ
กลุ่มที่นั้นได้รับข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อน...มันเป็นการใส่ร้ายป้ายสีที่ชเว
ชีวอนทราบดีว่าวิธีแบบนี้คือวิธีลอบกัดของกลุ่มคิม
จดหมายล่ารายชื่อประท้วงยกเลิกการก่อสร้างคาสิโนของเขาถูกส่งต่อไปยังกลุ่มต่างๆ
อย่างรวดเร็ว...ทั้งยังมีการกระจายข้อมูลว่ากลุ่มชเวต้องการจะไปล้มล้างอำนาจของผู้คนในเขตนั้นทำให้ผู้นำกลุ่มที่หลงเชื่อหลายคนไม่พอใจ...เชื้อเพลิงครั้งนี้คุกรุ่นมานานและมันก็ปะทุเดือดเพราะการปล่อยข่าวมั่วๆ
จากฝีมือของพวกสุนัขจิ้งจอก ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจบรรเทาความไม่พอใจที่จำต้องปิดซ่อน
เวลานี้เขาไม่ควรแสดงท่ามีว่าโกรธจนควันออกหู
แต่ควรหาทางตั้งรับให้ปลอดภัยและไม่กระทบต่อลูกน้องในกลุ่มให้มากที่สุด
“การจะเรียกความเชื่อมั่นจากคนพวกนั้นคืนมาได้...เราจำต้องแสดงความจริงใจให้พวกเขาเห็นมากที่สุด”
เสียงทุ้มกังวานไปทั่วห้องประชุม ลูกน้องคนอื่นๆ พยักหน้ารับฟังอย่างตั้งใจ
“อาทิตย์หน้าจะมีการประชุมสมาพันธ์จากฝั่งไต้หวัน
ฮ่องกงและจีน เป็นงานที่เหมาะเป็นอย่างมากที่ท่านประธานจะเข้าร่วม”
หนึ่งในทีมบริหารเอ่ยขึ้น ชเว ชีวอนไปร่วมงานประจำปีในทุกๆ ครั้งตั้งแต่เป็นท่านประธานของกลุ่มชเว...หากเป็นเช่นนั้นเพื่อภาพลักษณ์ของกลุ่มที่ไม่ควรเสียหายไปมากว่านี้
ชายหนุ่มเห็นสมควรว่าตนจะต้องไปร่วมงานอย่างเสียไม่ได้...และงานนี้คุณปู่ชเวก็อาจไม่รีรอที่จะตบปากรับคำเข้าร่วมอีกเช่นเดียวกัน...
“เตรียมการสำหรับงานนี้ให้พร้อม...กลุ่มชเวจะต้องได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง”
“...ครับท่านประธาน”
ท่านประธานของกลุ่มกล่าวจบเพียงเท่านั้น ถือเป็นการปิดการประชุม
ร่างสูงใหญ่สืบสาวออกจากห้องประชุม จังหวะเดียวกับที่โจวมี่กลับมาจากการไปส่งคนของเขาพอดี
บอดี้การ์ดเชื้อสายจีนทั้งยังเป็นมือขวาของเขารู้ผลการประชุมเป็นอย่างดีถึงแม้เจ้าตัวไม่ได้เข้าร่วม
เขาเดินตามผู้เป็นนายอย่างสงบเงียบ
จวนจบเมื่อทั้งเจ้านายและลูกน้องก้าวเข้าสู่ห้องทำงานโอ่โถง
โจวมี่จึงสามารถพูดในสิ่งที่สามารถพูดกันได้อย่างตรงไปตรงมา
“ผมว่างานนี้กลุ่มคิมจ้องเล่นงานกลุ่มชเวหนักกว่าทุกครั้ง
นอกจากเรื่องคาสิโนแล้ว ผมคิดว่ากลุ่มคิมต้องคิดการณ์ใหญ่มากกว่านี้เป็นแน่” ชเว
ชีวอนพยักหน้ารับในสิ่งที่มือขวาของเขาคาดเดา...แน่นอน เขาก็ไม่ได้คิดต่างไปจากนี้
“มันคงคิดจะโค่นล้มกลุ่มชเว
และฆ่าฉันให้ตาย”
“แต่ท่านประธานครับ...ผมเกรงว่า
พวกมันไม่ได้แค่คิดจะฆ่าท่านประธาน ยังมีนายน้อยอีกคน...”
“......”
“พวกมันคิดจะฆ่าท่านประธานรวมไปถึงนายน้อย...หากไม่มีนายน้อย
พวกมันอาจคิดว่าท่านประธานต่างหากที่จะตายทั้งเป็น” คิ้วหน้ากระตุกขึ้นคล้ายหัวใจของเขา...แน่นอน
ชเว ชีวอนดึงคยูฮยอนเข้ามาเอี่ยวในเรื่องนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ
ถึงแม้เหตุการณ์ในวันที่เด็กหนุ่มเห็นการฆ่าตัดต่อของกลุ่มคิมหรือโดนไอ้มือปืนโรคจิตนั้นตามเก็บจะเกิดขึ้นหรือไม่ก็ตาม
เขาก็เชื่อว่าอย่างไรเสีย...โชคชะตาต้องลิขิตให้เขาพบกับเด็กคนนี้อยู่ดี...
เป็นเรื่องน่าตลกที่ทุกอย่างถูกขีดขึ้นในช่วงเวลาอันแสนอันตราย ถึงอย่างนั้น...เขาจะไม่มีวันให้คนจากคิมมาพรากหัวใจของเขาไปไหนแน่!
ชเว
ชีวอนเองต่างหากที่จะเป็นคนขุมหลุมฝังศพไอ้พวกเดรัจฉานนั้น!
เด็กหนุ่มรู้ดีว่าชเว
ชีวอนจะต้องมีเรื่องเครียดมากเป็นแน่...เมื่อคืนที่คุยโทรศัพท์กันน้ำเสียงของอีกฝ่ายดูเข้มกว่าปกติ...เขาไม่อยากเซ้าซี้อีกคนให้วุ่นวายถึงได้บอกให้อีกคนพักผ่อนให้มากๆ
ก่อนจะวางสายชเว ชีวอนบอกว่าเจ้าตัวจะต้องเดินทางไปไต้หวันอาทิตย์หน้าเพื่อไปประชุมเรื่องปัญหาของคาสิโนแห่งใหม่กับสมาพันธ์ฝั่งนั้น
ดูเหมือนสาเหตุของเรื่องยุ่งๆ น่าจะมาจากกลุ่มคิมเป็นแน่
เป็นอีกครั้งที่เขาต้องเดินทางไปกับชายหนุ่ม เสียงทุ้มกำชับชัดว่าไม่ว่าอย่างไร
เขาจะต้องอยู่ในสายตาของชเว ชีวอนให้มากที่สุด...ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มชเวและกลุ่มคิมมีรายละเอียดอย่างไร
เขาไม่ต้องการทราบไปมากกว่านั้น
คยูฮยอนรู้สึกว่าลางสังหรณ์กำลังบอกอะไรบางอย่าง...
จุบจบแห่งความบาดหมางระหว่างกลุ่มชเวและกลุ่มคิมมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
“คยูฮยอน...นายเหม่อตลอดเลยนะ”
เสียงหวานที่ทักขึ้นทำให้คยูฮยอนหันไปมองเพื่อนร่วมชั้นคนสวยผู้มีฐานะเป็นถึงลูกสาวเจ้าของโรมแรมตระกูลอี
ซอนมีนั่งลงข้างๆ เขาในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ กำลังสนุกสนานกับชั่วโมงพละ
ทั้งมันยังเป็นคาบสุดท้ายของการเรียนวันนี้ โรงยิมขนาดใหญ่สะท้อนก้องไปด้วยเสียงลูกบาสกระทบกับพื้นสนามรวมไปถึงเสียงของนักเรียนหลายๆ
คนที่โห่ร้องเมื่อยามใครสักคนชู้ตลูกบาสลงห่วง
“คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ”
เด็กหนุ่มตอบสาวสวยข้างกายทว่าหล่อนกลับยิ้มทะเล้นออกมาเสียอย่างนั้น
“เรื่องกลุ่มชเวหรอ?
เอ๋... หรือว่าคิดถึงคุณชีวอนล่ะ!”
“ก...ก็ ทำนองนั้น”
คยูฮยอนทำหน้าไม่ถูกเมื่อหล่อนถามเข้าประเด็นอยู่ร่ำไป ตั้งแต่ซอนมีรู้เรื่องที่เขาเป็นคนของชเว
หรืออีกนัยก็คือ นายน้อยของกลุ่มชเว
แม้ซอนมีเองจะไม่ไปพูดเรื่องนี้กับใครตามที่เขาร้องขอไว้
แต่หล่อนก็มักเอ่ยปากแซวทุกครั้งที่มีโอกาส...ครั้นคยูฮยอนเรื่องโจวมี่คืนบ้าง เธอกลับไม่มีทีท่าเคอะเขินแต่อย่างใด...แก้มของหล่อนแดงระเรื่อเมื่อพูดถึงหนุ่มชาวจีนก็จริง
แต่นิสัยคล้ายหงส์ที่หยิ่งแสนหยิ่งกลับกลบภาพแบบนี้ได้เสียมิด...ถึงอย่างนั้น
ซอนมีก็ไม่เคยปฏิเสธว่าช่วงเวลานี้ไม่มีใครพิเศษไปกว่าหนุ่มบอดี้การ์ดของกลุ่มชเวอีกแล้ว
“ตั้งแต่ฉันรู้เรื่องกลุ่มชเวจากนาย...เรื่องกลุ่มผู้มีอิทธิพลต่างๆ
ก็ทำให้ฉันรู้ว่าโซลน่ากลัวกว่าที่คิด”
“อันที่จริง...กลุ่มชเวไม่ได้น่ากลัวเลย...
แต่ถ้าเป็น..”
“กลุ่มคิมใช่ไหม...ฉันแอบถามโจวมี่มา
กว่าเขาจะยอมบอก ให้ตายสิ...” ไม่ทันจะพูดจบ ซอนมีก็เอ่ยขึ้น สีหน้าของหล่อนดูหงุดหงิดไม่น้อย
คุณหนูตระกูลอีอาจไม่เคยมีใครขัดใจ...คยูฮยอนทราบดีว่าโจวมี่เป็นคนเงียบขรึมขนาดไหน
กับเรื่องกลุ่มชเวและกลุ่มคิมแล้วล่ะก็...โจวมี่ก็คงไม่อยากให้คนที่ตนรักต้องมาเสี่ยงอันตรายเป็นแน่
คงไม่มีใครยินดีแต่แรกกับหน้าที่ที่ดำรงอยู่บนความเสี่ยงไม่มีสิ้นสุด
หน้าที่ที่ต้องปกป้องกลุ่มที่ตนภักดีและปกป้องคนที่ตนรัก...มันเป็นภาระอันหนักอึ้ง
ยิ่งไปกว่านั้น...คนที่อยู่สูงอย่างชเว
ชีวอน...อาจแบกรับทุกอย่างมากกว่าใครๆ
“ที่เขาไม่ยอมบอกเธอ...คงเพราะเป็นห่วงเธอนั่นแหละ”
“...แต่นะ
ถ้าการที่เขาไม่ยอมพูดอะไร แถมยังเก็บเรื่องไม่สบายใจไว้คนเดียว
นายคิดว่าเราจะยินดีหรือไง...ความทุกข์น่ะ แค่เขาแบ่งมันออกมาบ้าง
ฉันรับได้อยู่แล้ว แค่ไม่อยากให้เขาเหนื่อย ...ฉันรู้สึกอย่างนั้นน่ะคยูฮยอน”
ใบหน้าน่ารักของเด็กสาวยิ้มบาง...คยูฮยอนทราบความหมายของที่ซอนมีต้องการจะสื่อออกมาได้เป็นอย่างดี
เขาและเธอไม่ได้มีโชคชะตาเรื่องความรักที่แตกต่างกันนักหรอก
เป็นคนที่ยืนอยู่เคียงข้างใครอีกคนที่เสี่ยงอันตรายอยู่เสมอ...การเฝ้าขอพรพระเจ้าอาจเป็นเรื่องปกติสำหรับเขาในตอนนี้
แค่ต้องการให้ท่านคุ้มครองบุคคลซึ่งเป็นที่รักไม่ให้ถูกพญามัจจุราชพรากลมหายใจไปไหน
คงไม่มีใครต้องการให้ความรักเป็นเพียงสายหมอกอันเจือจาง...
สถานการณ์อันไม่แน่นอนอาจเริ่มคุกรุ่นและพร้อมจะปะทุเดือดได้เสมอ...
อีกไม่นานแน่ๆ ที่ทุกอย่างจะจบลง คยูฮยอนนึกถึงสร้อยเงินซึ่งประดับอยู่ที่ลำคอ
เรียวมือเผลอยกขึ้นกุมมันไว้แน่น และเขาก็สังเกตเห็นซอนมีทอดสายตามองกำไลหยกสีมรกตที่ข้อมือเช่นกัน...นี่อาจเป็นของแทนใจจากโจวมี่ไม่ต่างจากสิ่งที่เขาได้จาก
ชเว ชีวอนมา...
ของแทนใจที่ทำให้เข้มแข็ง...และพร้อมยืนหยัดเคียงข้างคนที่รักเสมอ
หลังเลิกเรียนคยูฮยอนแยกมาเก็บของที่ห้องล็อคเกอร์
ตอนนี้เพื่อนคนอื่นทยอยกันกลับกันเกือบหมด คยูฮยอนเห็นซองกยูกับยงกุกคุยกันเรื่องจะไปดื่มที่ย่านเริงรมย์ตามเคยก่อนจะเห็นพวกมันระริกระรี้กลับไปแต่งตัวเสริมหล่อ
เดี๋ยวนี้เจ้าพวกนี้ติดเที่ยวชะมัดทั้งที่ใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเชียว
เขานึกบ่นในใจ พลางสาวเท้าออกจากชั้นล่างสุดของตึกเรียน
ทว่า...เสียงคล้ายมีของบางอย่างตกพื้นดังมาจากมุมหนึ่งของอาคาร
มันดังมากเสียจนเขานึกแปลกใจ วันนี้อะไรๆ
ก็ดูแปลกไปหมด...ตึกเรียนแทบจะไม่มีใครอยู่เลยด้วยซ้ำทั้งที่ฟ้ายังไม่มืด
อันที่จริง...เขาไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็นอะไรมากหรอก...แต่เขาคิดว่ามันน่าสงสัย
เสียงที่ว่าดังกุกกักมาจากห้องดนตรี...เด็กหนุ่มอาศัยความเงียบลอบมองผ่านช่องของประตูและภาพตรงหน้าก็ทำให้เขาตกใจ
...ไม่รีรอคยูฮยอนรีบเปิดประตูเข้าไปพร้อมปรี่ไปกระชากกลุ่มเด็กผู้ชายที่จำได้แม่นว่ามันเป็นพวกเด็กติดยาหลังห้อง
พวกมันกำลังจะขึ้นคร่อมซอนมีที่นอนหมดแรงกุมท้องอยู่กับพื้น
คยูฮยอนรู้สึกว่าอย่างน้อยเขาก็เข้ามาทันเวลาก่อนหล่อนจะมีตราบาปไปทั้งชีวิต!
“ปล่อยเธอ!!!” เขาร้องตะโกนพร้อมซัดหมัดใส่ใบหน้าของหนึ่งในสามของไอ้พวกนั้นไปเต็มแรง
เจ็บมือไม่หยอก แต่ไม่เท่าความโกรธที่มีเป็นแน่!
“ห่า
มึงอีกแล้ว!”
“แล้วไง
พวกนายล่ะเป็นบ้าอะไร ทำไมทำแบบนี้วะ!!!”
“แส่หาเรื่องตลอดว่ะ”
พวกมันไม่ว่าเปล่า...สองคนที่เหลือเดินเข้ามากระชากตัวเขาออกจากซอนมี
สีหน้าของหล่อนแสดงความเจ็บปวดที่อาจถูกหนึ่งในนั้นชกท้องจนตัวงอ คยูฮยอนพยายามดิ้นต่อสู้ทุกวิถีทาง
ทว่าแรงของพวกมันก็เยอะเกินกว่าเขาจะสู้ไหว มันดันเขาให้ชิดกับผนังก่อนจะออกแรงชกท้องน้อยไปอีกสองสามหมัด
มันเจ็บอย่างที่เด็กหนุ่มสูญเสียพลังขัดขืนไปมาก
ทว่าเหตุการณ์ชุลมุนดังกล่าวกลับยุติลงเสียดื้อๆ
คยูฮยอนเหลือบสายตามองไอ้เพื่อนหลังห้องทั้งสามที่ค่อยๆ
ล่าถอยออกไปราวกับโดนออกคำสั่ง ร่างโปร่งทรุดลง
กุมท้องที่ถูกชกจนระบม...อีกทั้งตอนนี้เขาสังเกตเห็นว่าซอนมีไม่อยู่ที่พื้นห้องแล้ว
ดวงตาตู่โตเบิกกว้าง ...ร่างบอบบางของเด็กสาวอยู่ภายใต้การกักขังโดยวงแขนของเจ้าของร่างสูงใหญ่
ปืนสีเงินสะท้อนแสงแดดยามเย็นที่เล็ดรอดเข้ามาภายในห้องดนตรีกลับไม่ได้ทำให้อาวุธดูสวยงามแต่อย่างใด
หากแต่...ยิ่งสร้างความน่ากลัวเป็นทวีคูณเมื่อมันจ่ออยู่ข้างศีรษะของหล่อน
นั่นเป็นฝีมือของมือขวาจากกลุ่มคิม ฮวัง ชานซอง!
“ว่ายังไง
นายน้อยของกลุ่มชเว...จะช่วยเพื่อนยังไงดีล่ะ?” เสียงนั่นว่าอย่างเย้ยหยัน ไอ้เด็กหลังห้องมันเป็นลูกสมุนระดับล่างของกลุ่มคิมไปแล้วอย่างนั้นสินะ...
ที่เป็นแบบนี้เพราะพวกมันติดยาและจำต้องรับยาจากกลุ่มคิมอยู่เสมอ
เพื่อนหลังห้องของเขาถูกหลอกใช้! เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น...ถูกลำดับมาอย่างดีจากมือขวาของกลุ่มคิมแล้วเป็นแน่
“ปล่อยซอนมีไป”
เด็กหนุ่มพยายามคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเนื่องด้วยความเจ็บที่เพิ่งจะถูกหมัดหนักๆ ที่ท้องน้อย
ร่างโปร่งพยุงตนขึ้นจากพื้นพลางปะทะสายตากับดวงตาซึ่งไม่ต่างอะไรไปจากสัตว์ร้าย
“อันที่จริงพวกเธอสองคนก็เป็นหมากเบี้ยตัวสำคัญทั้งนั้น
คนหนึ่งคือลูกสาวตระกูลอี คนรักมือขวาของกลุ่มชเว อีกคนคือนายน้อยของกลุ่มชเวที่
ชเว ชีวอนหวงนักหวงหนา...” ใบหน้าคมระบายยิ้มคล้ายคนโรคจิตอย่างที่คยูฮยอนเองไม่อยากจะสบตา...มันน่ากลัว
ถึงอย่างนั้นเขากลับขยะแขยง
ชายคนนั้นกระชับปืนที่จ่ออยู่ข้างศีรษะของซอนมีมากขึ้นเรื่อยๆ
และนั่นก็ทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นราวกับกลองศึก
คนคนนี้อาจทำในสิ่งที่ไม่คาดฝัน...ฉะนั้นแล้วเขาจึงควรมีสติและไม่ควรแสดงทีท่าหวาดกลัวให้ฝ่ายตรงข้ามได้ใจ
“คุณต้องการอะไร...พูดมาเถอะครับ”
“...บางทีนายน้อยของกลุ่มชเวคงต้องไปเจรจากับประธานของกลุ่มคิมเองดีกว่ากระมัง
หวังว่าโจ คยูฮยอนจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี!”
ชเว ชีวอนติดต่อโจ
คยูฮยอนไม่ได้ทั้งที่เลยเวลาเลิกเรียนมามากพอสมควร...เขาฮึดฮัดอยู่ในใจประกอบกับใจคอไม่ดีอย่างน่าประหลาด
น่าแปลกที่วันนี้เขารู้ร้อนรุ่มในอก...คล้ายกับมีลางสังหรณ์ ไม่กี่วินาทีหลังจากที่เขาวางสายจากการติดต่อคนในปกครองเกือบๆ
จะยี่สิบสายได้ มือขวาของกลุ่มชเวก็เปิดประตูห้องทำงานเข้ามาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
เรียวคิ้วที่ขมวดมุ่นบ่งบอกว่าเรื่องที่โจวมี่กำลังจะแจ้งเขาไม่ใช่เรื่องน่ายินดี
“งานก่อสร้างคาสิโนถูกกลุ่มคิมปั่นป่วน...พวกมันเข้าไปลอบฆ่าคนงานรวมไปถึงวิศวกรคุมงานที่ออกแบบคาสิโนให้กับเราด้วยครับ
รวมทั้งหมดห้าศพ”
“...เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง!” ประหนึ่งความอดทนรวมไปถึงความโมโหของชเว
ชีวอนถึงขีดสุด เสียงทุ้มเอ่ยลั่นสะท้อนไปทั่วห้อง
เรียวมือกำหมัดแน่น...คราวนี้พวกมันเล่นไม่ซื่อซ้ำยังทำตัวไม่ต่างจากพวกเดรัจฉานจริงๆ
“ดูเหมือนพวกมันจะจู่โจมในแบบเปิดเผยตัว...มันไม่ใช่วิธีลอบกัดแล้วครับท่านประธาน
แต่มันจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า”
“.....”
“และอีกเรื่อง...
พวกมันพาตัวนายน้อยกับคุณหนูซอนมีไปครับ”
ณ ขณะที่กล่าวกับท่านประธานของกลุ่ม
โจวมี่จำต้องกดอารมณ์โกรธจัดไว้เช่นกัน...เขาไม่คิดว่าคนจากกลุ่มคิมจะรู้เรื่องระหว่างเขาและซอนมี
ทั้งที่เขาปกป้องเธออย่างสุดความสามารถ ทว่าคนพวกนั้นกลับจ้องจะทำร้ายหัวใจของเขา
ไม่ต่างกัน...หนุ่มชาวจีนสังเกตเห็นเรียวมือของท่านประธานที่กำหมัดแน่นก่อนจะทุบลงบนโต๊ะทำงานเต็มแรง
ท่านประธานของกลุ่มชเวได้รับข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ...ชายหนุ่มอ่านข้อความด้วยสีหน้าคล้ายคนที่จะสามารถฆ่าใครก็ได้
‘มาจบเรื่องกันเถอะคุณชเว...ว่าจะเลือกหนุ่มน้อยคนนี้หรือกลุ่มชเวอันยิ่งใหญ่...’
“โจวมี่...สั่งคนของเราให้พร้อม
งานนี้กลุ่มชเวจะไม่ไว้หน้าไอ้พวกกลุ่มคิม!!!”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น