วันเสาร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2557

บอกเล่าเรื่องราวของตัวละครผ่านมุมมองผู้เขียน #Heaven Ivy



สวัสดีค่ะ ... พาร์ทนี้เป็นพาร์ทพิเศษที่เราอยากจะบอกเล่าเรื่องราว นิสัยใจคอของตัวละครในเรื่อง Heaven Ivy กันแบบเจาะลึกกันหน่อย ซึ่งทั้งหมดทั้งหมด เป็นมุมมองและมิติผ่านตัวผู้เขียนซึ่งปั้นตัวละครทุกตัวขึ้นมาด้วยความรักล้วนๆ โดยกว่าจะได้แต่ตัวละครขึ้นมา คงต้องบอกว่า... เฟ้นหาและหลุดออกมาจากมโนภาพของเราเป็นส่วนใหญ่ค่ะ เว้นเสียแต่พระนางที่ยังไง๊ยังไงก็ต้องเป็น...วอนคยู เท่านั้นนนนนน ฮี่ฮี่



เริ่มที่พระเอกของเรา(?)เลยดีกว่า
องค์รัชทายาทชเว ชีวอน... ตั้งแต่เปิดเรื่องมา ก็จะเห็นว่า... ผู้ชายคนนี้มันก็แค่ผู้ชายบ้าอำนาจ เย็นชา ขี้เก็กคนหนึ่งนี่หว่า แถมยังเป็นจำพวก อยากได้อะไรก็ต้องได้ตามแบบฉบับพระเอกแนวตบจูบอี๊กกก แต่ในความเป็นจริงแล้ว องค์ชายชีวอนเป็นคนที่มีความรับผิดชอบในหน้าที่สูงมากเลยนะคะ เพราะถูกเลี้ยงดูมาในกรอบของคำว่า องค์รัชทายาท แทบจะไม่ขัดคำสั่งองค์ราชาเลย แล้วการที่เขาเป็นคนยิ้มยาก ก็เกิดจากพ่อปลูกฝังมาตลอดว่าจะปกครองใครก็ตาม ห้ามสงสาร ประมาณนี้... ด้วยเกาหลี(ในเรื่อง) มีประเทศราชมากมาย การเด็ดขาดและทำให้ประเทศราชเหล่านั้นขึ้นตรงจึงจำเป็นต้องเป็นคนแข็งกร้าวหน่อยๆ นั่นเอง
แต่ท้ายที่สุด พอพระเอกของเราได้มาเจอกับนายเอก... แม้จะทำตัวไม่น่ารัก(?)ด้วยการใช้กฎเก่าของราชสำนักดึงคยูฮยอนเข้ามาในวัง ทั้งที่จริงๆ ก็ตกหลุมรักเขาแบบรักแรกพบก็เถอะ พี่ท่านเลยอยากจะปราบพยศนายเอกให้อยู่มือ คราวนี้นิสัยจริงๆ ที่ถูกปิดซ่อนก็เลยถูกนำมาใช้กับคยูทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น เอาแต่ใจ ขี้อ้อน ขี้แกล้ง ตรงไปตรงมา แถมยัง... หื่นนิดๆ อีก
พี่วอนในฟิคเรื่องนี้...เลยเป็นผช.ในฝันที่ความจริงแล้ว อาจไม่มีตัวตนอยู่กะได้ ฮรือๆ



บรรณาการจากพยองอัน
โจ คยูฮยอน ตามเนื้อเรื่องแล้ว คยูฮยอนมีคาแร็กเตอร์ที่นุ่มนิ่มมากนะ คือนางเรียบร้อย เพราะแม่ของนายเอกเลี้ยงนางให้รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน จำได้กันเนาะว่าคุณแม่ยอนฮวา เธอเป็นเมียรอง ฉะนั้นจึงเลี้ยงลูกให้รู้จักเคารพผู้อื่นเป็นพิเศษ ถึงอย่างนั้นยอนนางก็มีมุมพยศนิดๆ แถมยังงัดเอามาใช้กันองค์รัชอีกต่างหาก ยอนในเรื่องเป็นคนฉลาด รอบคอบ ถ้าเปรียบพระเอกที่ชอบใช้อารมณ์ นายเอกของเราก็เป็นมนุษย์ที่ใช้เหตุผลนั่นแหละค่ะ
พูดถึงเรื่องที่ทำไมนายเอกของเราถึงได้ยอมองค์รัชง๊ายง่าย ในสถานการณ์ตอนนั้น ยอนจากบ้านมาไกลนะ อยู่ในช่วงไร้ที่พึ่งที่สุด อ่อนแอมั้ย ก็ประมาณนั้น เลยไม่แปลกที่นางจะเห็นความดีในตัวองค์รัชและปล่อยให้ทุกอย่างมันเลยตามเลย ยอมให้เขาเอาแต่ใจแล้วเอาแต่ใจอีก พอนายเอกของเรายอมพระเอกมากๆ เข้า ทีนี้เลยเป็นประเด็นทิ่มแทงใจคยูอยู่เรื่อยๆ ว่า ...ฉันมันก็แค่เครื่องบรรณาการ
อ้อ ทำไมยอนถึงต้องไปเรียนถึงอังกฤษ เพราะพี่ชายของยอน คือพี่ดงกัน ไม่อยากให้น้องต้องไปรับสภาพการดูถูกเหยียดหยามจากคนกรุงโซลค่ะ พี่ดงกันแกเจอมาเยอะ ยอนเลยต้องถูกส่งตัวไปเรียนถึงเมืองผู้ดี และพบกับรักแรก และจูบแรกของนางนั่นเอง...



ถัดมาคือพี่ชายต่างแม่ของคยูฮยอน ก็คือ พี่ดงกัน หรือ อี ดงกัน
เป็นผู้ชายแบบห่ามๆ แต่น่าแปลกที่ยอนคิดว่าทั้งดงกันและองค์รัชช่างคล้ายกันเหลือเกินนนน ผู้ชายคนนี้หัวการเมืองและรักบ้านเกิดมากค่ะ ถึงได้ทำทุกวิถีทาง จนถึงขั้นเป็นผู้นำกบฏเพื่อทำให้เกาะพยองอันหลุดพ้นจากสภาพการเป็นเมืองประเทศราช แต่ถึงอย่างนั้นผู้ชายคนนี้กลับฝังใจ และปิดตัวเองจากความรัก เพราะเคยถูกยูอีหักอกเข้าให้นั่นแหละ แม้จะกลับมาเจอคนรักเก่าอีกครั้ง แต่ด้วยความที่รักน้องมาก พี่ท่านถึงกับฉุนขาดที่ยูอีพูดดูถูกยอนไว้ ถือเป็นการตัดสัมพันธ์ขั้นเด็ดขาดกันไปเลย
แล้วที่พี่ดงกันไม่ชอบองค์รัช ก็เพราะเมื่อก่อนเรียนอยู่ที่เดียวกัน จะว่าเป็นเพื่อนกันก็ได้ แต่พอทุกอย่างกลับตาลปัตร ยูอีได้กลายเป็นคู่หมั้นขององค์รัช ผู้ชายที่นิสัยโผงผางแบบพี่ดงกันย่อมฝังใจ และยิ่งเกลียดคนโซลจนเข้ากระดูกดำเลยก็ว่าได้


พูดถึงนางร้ายกันบ้าง พระคู่หมั้นขององค์รัชทายาท คุณหนู คิม ยูอี
เธอเป็นคนรักเก่าของพี่ดงกันค่ะ ตามเรื่องก็คบกันตอนที่พี่ดงกันไปเรียนที่โซลนั่นเอง แต่เพราะครอบครัวของเธอเป็นตระกูลผู้ดี อนุรักษ์นิยม และต้องการผลักดันลูกสาวคนเดียวให้เป็นว่าที่องค์ราชินี เส้นทางทุกอย่างในชีวิตของผู้หญิงคนนี้จึงถูกขีดเส้น และวางอยู่ในกรอบที่ผู้ใหญ่ต้องการ ทั้งนี้ตัวเธอเองถูกความคิดของพ่อแม่ฝังหัวเข้า ก็เลยกลายเป็นคนหยิ่งผยอง แถมยังไม่ใช้คำราชาศัพท์กับทั้งองค์รัชและองค์ชายเล็กซูโฮด้วย
แต่ความจริงในมุมมองของเรา เราว่านางน่าสงสารค่ะ ชีวิตของนางเหมือนจะมีทางเลือกเยอะ แต่สุดท้ายมันก็มีแค่ทางเลือกเดียว คือการเป็นพระคู่หมั้น นอกจากนี้ เธอยังเดินหน้ามาแบบสุดโต่ง ถอยไม่ได้ และมั่นใจว่าสิ่งที่พ่อแม่เธอหวังจะต้องสำเร็จ ยูอีเป็นภาพสะท้อนของตัวตนผู้หญิงจริงๆ ผู้หญิงที่ในตัวมีอินเนอร์อิจฉา มีความริษยา มั่นใจในตัวเอง(มั่นหน้า ฮ่าๆ) หรือแม้แต่ไม่ต้องการเสียองค์รัชทายาทไปให้กับคนที่ เธอคิดว่าต้อยต่ำกว่า ถ่อววว อยู่เฉยๆสวยๆ นายเอกเราก็มาปาดหน้าเค้กไป จะว่าสงสารนางก็สงสาร จะหมั่นไส้ก็หมั่นไส้ เอาเป็นว่า นางร้ายแบบมีเหตุผลค่ะ ไม่ได้จู่ๆ ก็ร้ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย 55555



มาที่องค์ชายเล็กซูโฮกันบ้าง ซูโฮก็เป็นเพียงเด็กชายอายุ 16 ธรรมดาๆ คนหนึ่งแต่ความรักอิสระก็ค่อนข้างสูงทีเดียวค่ะ ผิดไปจากองค์รัชทายาทตรงที่ซูโฮรั้นพอจะไม่อยู่ในกรอบประเพณีบ้างอะไรบ้าง เถียงพี่ชายคอเป็นเอ็นตลอด แต่ก็ใช่ว่าจะไม่กลัวพี่วอนนะ แถมยังรักพี่ชายมาก บางครั้งด้วยความต่างของวัยก็แอบไม่เข้าใจกันในบางเรื่อง
รายนี้ดื้อเงียบเหมือนนายเอกของเรื่อง แถมยังขี้เหงาอีกต่างหาก พอได้เจอเพื่อนใหม่ต่างวัยอย่างบรรณาการจากพยองอันเข้า ก็เลยให้ยอนขึ้นแท่นเป็นพี่ชายคนโปรดซะนี่




แถมอีกหน่อย คือ เจ๊ดาร่า หรือ ซานดาร่า ปาร์ค
เรียกได้ว่าเป็นว่าที่พี่สะใภ้ที่ยอนหมายมั่นไว้ จำกันได้เนาะว่าเธอเป็นไกด์พิเศษตอนพระนายของเราไปเที่ยวบาหลี อายุเท่ากันกับคยูฮยอนค่ะ คือประมาณ 22-23 ปี แต่ดูเป็นผู้ใหญ่ ให้ลุคส์นูน่า เป็นพี่ดงกันเวอร์ชั่นผู้หญิง แถมในพาร์ทต่อๆไป เธอก็จะได้เจอกับพี่ดงกัน กระทั่งเป็นคนรักใหม่ของพี่ดงกันนั่นเองค่ะ



ตัวละครที่เพิ่มเข้ามาอีกตัว คือนักการทูตหนุ่มลูกครึ่ง ซึ่งเป็นรักแรกของคยูในเรื่อง แดเนียล เฮนนี่ หรือมิสเตอร์เฮนนี่ เขาคนนี้มีเชื้อสายเกาหลี อเมริกัน และอังกฤษค่ะ อันนี้อ้างอิงจากโปรไฟล์ของคุณพี่แกจริงๆ บางคนถามเราและคาดหวังว่ารักแรกอาจเป็น ชางมิน หรือ คริส หรือบลาๆ งี้ แต่เผอิญภาพในหัวของเราเป็นผช.ที่อายุมากกว่าคยู เป็นหนุ่มอบอุ่น ลูกครึ่งด้วย ภูมิฐาน แถมในเรื่องก่อนที่คุณพี่แกจะเป็นนักการทูตยังเคยทำงานเป็นอาจารย์มหาลัย ลักษณะต้องดูจะปะทะกับองค์รัชทายาทได้ ฉะนั้นแล้วมิสเตอร์เฮนนี่คนนี้เลยตอนโจทย์เรามากที่สุดค่ะ โดยรวมแล้วพี่แดเนียลไม่ใช่คนร้ายกาจ ไม่ใช่ตัวร้ายแน่นอนค่ะ เป็นผช.โรแมนติกที่นิสัยแทบจะตรงข้ามกับพระเอกของเรื่องเลยด้วยซ้ำ อาจเป็นพ้อยสำคัญที่ทำให้คยูมองเห็นความแตกต่างของความรักจากทั้งสองคน แต่ไม่ต้องบอกก็รู้ล่ะนะว่าคยูให้ความสำคัญกับใครมากกว่า... อิอิ

แล้วเราจะมาเพิ่มเติมเรื่อยๆนะคะ ^^

วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

NC # Heaven Ivy Ch.8 wonkyu

ต่อจาก http://my.dek-d.com/aoomly/writer/viewlongc.php?id=1072529&chapter=9
อย่าลืมกลับไปเม้นท์นะคะ ^^

“รู้สึกหรือ?” เสียงพร่ากระซิบถาม พร้อมรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์นั่นอีก คยูฮยอนผินหน้าหลบหลีกหนีสายตาที่แทบจะหลอมเขาให้ละลายคาอกอยู่รอมร่อ... ใช่ เด็กหนุ่มกำลัง รู้สึกดั่งเช่นอีกคนว่า ลมหายใจอุ่นร้อนแผดเผาเนื้อผิวได้มากกว่าแสงแดดที่ชายหาดเสียอีก

            “อื้อ...” ปลายจมูกโด่งแตะเนินลำคอเพียงแผ่วเบา เล่นเอาหนุ่มน้อยสะดุ้งตัวปล่อยเสียงแห่งความอึดอัด เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มพราย ทีแรกอยากจะแกล้งเด็กคนนี้เสียหน่อย แต่ดูท่าเขาเองต่างหากกระมังที่อาจทนไม่ไหว ร่างโปร่งเริ่มขยับตัวคล้ายทรมานจากไฟอารมณ์ที่ค่อยๆ ถูกก่อขึ้น แก้มเนียนกลับแดงระเรื่อแม้กระทั่งริมฝีปากที่ดูน่าป้อนจูบยิ่งกว่าคราใด ไม่รอช้า...จัดการพลิกเรือนกายบางให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา

            เด็กหนุ่มร้อนไปทั้งกายเมื่อพบว่าตนนั่งคร่อมทับองค์รัชทายาทหนุ่ม แถมสะโพกยังเบียดซุกใกล้ส่วนกลางลำตัวอันแสนแข็งขืนของเก้าอี้มนุษย์ และโดยไม่ทันตั้งตัวฝ่ามือหนาเลื่อนสอดเข้าสำรวจเนื้อผิวสีน้ำนมที่ไม่ได้คล้ำเพราะแสงแดดในบาหลีเลยแม้แต่น้อย รั้งเกี่ยวเอวบางจนคยูฮยอนเสียหลัก ต้องใช้ฝ่ามือยันไว้กับแผ่นอก เขินใจแทบขาดเมื่อถูกดวงตาทรงเสน่ห์ทอดมองอย่างสื่อความหมาย

            สื่อว่า...พร้อมจะกลืนกินเขายังไงล่ะ!

            “ฉันยังไม่ให้เธอทำเองหรอก...ไม่ต้องกังวลไป” ทำไมถึงพูดเรื่องแบบนี้ได้ราวกับเป็นเรื่องธรรมดากันนะ! คยูฮยอนพร่ำบ่นอยู่ในใจ ถึงอย่างนั้นก็ปล่อยให้อุ้งมือใหญ่ปลดกระดุมกางเกงขาสั้นของเขาก่อนมันจะถูกดึงจนหลุดจากสะโพก ดวงตาคู่โตหรี่หลับไม่ต่างจากการถูกมนตราเพราะจุดนั้นถูกปรนเปรออย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งยังแอบวกมือไปเฟ้นเนื้อสะโพกหยอกล้อเรียกเสียงครวญในลำคอ หนุ่มน้อยจากพยองอันลืมไปเสียแล้วว่าเขาและชายหนุ่มต่างป้อนความสุขให้แก่กันที่ริมระเบียงห้อง อย่างไรก็ดีนั่นเพราะห้องพักหันหน้าสู่ทะเลและรอบข้างก็เงียบสงบเสมือนเป็นใจ พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องพะวงอะไร

          แค่ปล่อยให้ร่างกายดำเนินไปตามแต่ใจต้องการ

            “อ้ะ...” ซบหน้าลงบนไหล่หนา ร้องอย่างทรมานครั้นอีกคนควบคุมเขาด้วยอุ้งมือข้างเดียวเท่านั้น จังหวะการรูดขึ้นลงเน้นหนักเบาสลับกันไปและนี่ก็เป็นการเล้าโลมกันได้อย่างร้ายกาจ เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะเมื่อเขาเงียบเสียงไป องค์ชายขี้แกล้งก็มักหยุดมือและบีบเค้นแท่งเนื้อแต่พอเป็นพิธี แต่หากเขาเปล่งเสียงดังมากขึ้น อีกคนกลับปรนเปรอได้รวดเร็วจนสั่นสะท้านไปทั้งกาย คยูฮยอนจิกเล็บไปตามเสื้อกล้ามสีดำ ระบายอารมณ์อันหลากหลายด้วยการกำมือลงบนเนื้อผ้าชั้นดี...

เหตุใดครั้งนี้ไฟอารมณ์ในกายถึงได้ลุกโชนนัก นึกถามตนด้วยความฉงนใจ...แค่อยากให้เจ้าของร่างแกร่งกระทำการทุกอย่างได้แล้ว และเขาไม่อาจทนต่อการประโลมอารมณ์ไปได้มากกว่านี้จริงๆ

“ใจเย็นหน่อยสิ...” เพราะคนตัวขาวขบฟันลงบนไหล่หนาซ้ำๆ หากเสียงเข้มก็ยังเอ่ยบอกอย่างไม่รีบร้อน คยูฮยอนหัวสมองพร่าเลือนทว่าร่างกายยังตอบสนองในทุกสัมผัส...แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดขับเคลื่อนสัญชาตญาณดิบเสียจนเจ้าตัวควบคุมตนไม่อยู่

“อย่าแกล้งกระหม่อม...กระหม่อมทรมาน”

“หึหึ บอกแล้วไงว่าห้ามแทนตัวว่ากระหม่อม...สงสัยต้องทำโทษอีกสักที” ว่ากลั้วหัวเราะพลางประคบริมฝีปากดูดกลืนความหวานที่ดูท่าครั้งนี้อาจแฝงรสเผ็ดร้อนกว่าครั้งไหน เมื่อเด็กหนุ่มกลับจูบตอบสมกับที่เขาตั้งใจแกล้งเสียเหลือเกิน ฟันขาวแอบกัดมุมปากเขาเบาๆ ก่อนเรียวลิ้นเล็กนั้นจะกระหวัดเกี่ยวซุกซน หลีกหนีกันเป็นบางจังหวะ แต่บางจังหวะกลับเปิดโอกาสให้ร่างสูงได้ดื่มด่ำจนสาใจ ผละมองใบหน้าขึ้นสีที่ดูยั่วเย้าจนน่าตี ปากแดงเปล่งเสียงผะแผ่วเนื่องด้วยส่วนนั้นยังถูกเขาประคองรูดไม่หยุด

ความชื้นปริ่มที่ส่วนปลายและชายหนุ่มเองก็ไม่ต้องการให้เด็กหนุ่มปลดปล่อยเอาตอนนี้ จึงผละมือออกก่อนจะไต่มือไปตามแนวสะโพก แทรกแหวกเนื้อนิ่มเบาๆ ฟังเสียงครางกระเส่าข้างกกหู มองเห็นฝ่ามือบางที่สอดเข้ามากอบกุมแก่นกายของตนเอง ทีนี้องค์ชายชีวอนพรูลมหายใจอย่างเสียไม่ได้ เอาเถอะ...เขาจะปล่อยให้ร่างบางกระทำส่วนหน้าของตนเอง ในเมื่อภาพศิลปะบนตัวเขาก็ช่วยโหมพัดคลื่นรักในกายได้มากพอดู

“อ๊า...อ่ะ”

เสียงหวานนั่นฟังดูรัญจวนใจขึ้นทุกเมื่อ อาจเพราะเจ้าตัวได้ช่วยตัวเองตามจังหวะที่หวัง และร่างบางคงไม่รู้ตัวกระมังว่าริมฝีปากที่เผยออ้าเช่นนี้ ดีแต่จะทำให้เขาเริ่มเตลิดจนเกือบลืมสิ่งที่ตนต้องการจะทำเสียอย่างงั้น ช่องทางรักคลี่เปิดได้ง่ายเพราะเมื่อวานเกิดกิจกรรมรักสั้นๆ ขณะอาบน้ำ มันเป็นผลดีทีเดียวเพราะเขาสามารถแทรกนิ้วเข้าสู่โพรงเนื้อนิ่มได้สะดวกโดยไม่ต้องอาศัยน้ำรักเข้าช่วย คิ้วหนาเลิกขึ้นประหลาดใจด้วยเพราะสะโพกมนนั้นโก่งขึ้นอย่างรู้งาน สมาธิจะแตกซ่านอยู่แล้วเพราะคนตัวขาวครวญครางริมหู เรือนร่างที่ใครต่อใครบอกว่าโปร่งบางหนักหนา แต่คงมีชายหนุ่มผู้เดียวที่ได้รับรู้ว่าร่างนี้กลมกลึงไปทุกส่วน...

“คยูฮยอนนา...อื้ม” รอยยิ้มพึงใจปรากฏแก่รูปหน้าคมคายพลางครางต่ำในลำคอ แปลกใจที่มือเล็กนั้นตะปบลงบนกลางเป้ากางเกงของเขา กระจ่างในใจเมื่อลูกแมวตัวขาวสอดมือเข้ามาภายใน ใครจะคิดว่าสิ่งล้ำค่าจากพยองอันที่เขามองว่าทำตัวนุ่มนิ่มตลอดเวลากลับล้วงมือเข้ามาควานหาส่วนนั้นของเขา และท่าทางเจ้าตัวก็คงถูกใจมากเป็นแน่ เพราะเมื่อเรียวนิ้วนั้นกอบกุมอยู่มือ เขาจึงรับรู้ได้ในทันทีว่าคยูฮยอนต้องการเขามากเพียงใด

การมองคนน่ารักปรนเปรอให้ทั้งตนและตัวเขาแบบนี้...คิดว่าองค์รัชทายาทชีวอนจะทนแกล้งร่างบางไปได้อีกสักกี่ น้ำ

“คุณแกล้งผมได้...ผ-ผมก็เอาคืนได้ ม..เหมือนกัน” แม้จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นไปสักหน่อย ไม่ลืมแทนสรรพนามได้อย่างถูกต้อง แต่ก็ยอมรับเลยล่ะว่าคยูฮยอนนั้นเอาคืนเขาได้สำเร็จ ชายหนุ่มคำรามในลำคอเป็นพักๆ เมื่ออุ้งมือซุกซนมอบความสุขให้เขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแถมยังกระถดตัวต่ำลงให้แก่นกายเขาทั้งคู่สัมผัสกันแนบแน่น วินาทีนี้เขาแทบคลั่ง...ไหนจะเรียวนิ้วที่ควานค้างภายในช่องทางสวาทซึ่งตอดรับกันอยู่เนืองๆ ขยับนิ้วเข้าออกพลางเพิ่มจำนวนเพื่อขยายเปิดทางเป็นการเตรียมต้อนรับสิ่งอื่นที่อาจสร้างความสุขได้มากกว่า

“อ๊า!!” เสื้อกล้ามสีดำเปรอะไปด้วยคราบรักขาวจากการปลดปล่อยครั้งแรกของเด็กหนุ่ม คราวนี้ร่างสูงยืดตัวเพื่อถอดเสื้อกล้ามออกก่อนจะดึงคนตัวขาวให้นั่งหันหลังระหว่างหว่างขาของเขา สอดมือรวบสะโพกงอนขึ้นเล็กน้อยพลางประคองให้อีกคนค่อยๆ กลืนกินแก่นกายซึ่งขยายพองจนพร้อมสู่ศึก พักสูดหายใจเข้าปอด ตะคองกอดแนบชิดแผ่นหลังบาง แต้มจุมพิตไปทั่วกลุ่มสีน้ำตาลเข้ม

“อย่าหลับตาล่ะ...มองทะเลไปด้วย บางทีเราอาจสนุกขึ้น” คงไม่มีความเก้อเขินที่เกิดขึ้นกับร่างบางอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อคยูฮยอนไม่อาจกลั้นเสียงเย้ายวนอารมณ์ได้แต่อย่างใด ดวงตาโตไม่อาจปรือปิดทั้งที่ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงโยก เด็กหนุ่มยังคงทอดสายตามองคลื่นทะเลบาหลีซึ่งซัดสาดเข้าฝั่งอย่างต่อเนื่อง เสมือนแก่นกายร้อนระอุ...สอดแทรกแตะจุดกระสันเสียวในทุกๆ ครา

“ฮื่อ...อ๊ะ...ตรงนั้น... ” เอนใบหน้าเพื่อที่อีกคนจะได้ละเมียดจูบตามไปตามลำคอระหง ออกปากเร้าเจ้าของร่างสูงให้กระทั้นแรงเข้าสู่ช่องทางหฤหรรษ์ในจุดที่ตนพอใจ แต่มีหรือที่ลูกแมวตัวน้อยจะสมใจอยากโดยไม่ถูกพ่อราชสีห์หนุ่มกลั่นแกล้ง

“เรียกชื่อฉันก่อนสิ” ว่าพลางงับติ่งหูเบาๆ

“อ๊า...องค์ชาย...”

“ไม่ คยูฮยอน... ชื่อของฉัน”

“ช-ชีวอน ชีวอน อ๊ะ...”

เวลานี้คยูฮยอนไม่อาจนำบทรักครั้งนี้ไปเปรียบเทียบกับครั้งก่อนหน้าได้เลย หรือแม้แต่คลื่นทะเลก็ไม่อาจสู้คลื่นรักที่โหมซัด ชายหนุ่มเฝ้ามองเนื้อผิวแดงจัดซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยที่เขาได้ทำไว้ทั้งสิ้น อดไม่ไหวต้องกระแทกแรงซ้ำๆ จนกายบางสั่นสะท้านทุกลมหายใจ เลื่อนฝ่ามือขึ้นบดคลึงยอดอกสีชมพูด้วยนึกหมั่นเขี้ยวพิกล เอ็นเนื้อแข็งแรงสามารถทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี สอดลึกในจุดที่เขาแทบไม่เคยสอดแทรกเข้าไปหา...และใครก็ไม่อาจแตะต้องสิ่งล้ำค่าจากพยองอันได้ลึกซึ้งเว้นเสียแต่เขาเพียงผู้เดียว

            สายน้ำแห่งความรัญจวนฉีดสู่เจ้าของร่างโปร่ง...ต่างคนต่างได้รับการปลดปล่อยไฟอารมณ์ท่ามกลางเสียงคลื่นซัดฝั่ง หากไม่จบเพียงเท่านั้น แม้จะถอนกายออกมาแล้ว ชายหนุ่มช้อนร่างขาวซึ่งใกล้จะหมดแรงไว้แนบอก สบนัยน์ตาลูกแก้วสีรัตติกาลด้วยทราบเป็นอย่างดีว่าอย่างไรเสีย...เด็กคนนี้ย่อมต้องการเขาอีกครั้ง...

            และไม่ยอมหยุดง่ายๆ

“อาบน้ำก่อนไหม?”

“ก็ได้ครับ...”

ยิ้มเอ็นดูครั้นเด็กหนุ่มตอบเสียงพร่า ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปยังห้องน้ำโอ่โถง แกะเกี่ยวเสื้อผ้าที่ยังหลงเหลือบนร่างกาย อย่างไรก็ดี...เขานั่นไม่ได้ตั้งใจจะสานต่อกิจกรรมในอ่างอาบน้ำเป็นแน่...การเล่นน้ำทะเลมาทั้งวันอาจจะทำให้คยูฮยอนไม่สบายเอาซะก่อน การแช่น้ำนานๆ อาจไม่ใช่เรื่องดี ว่าแล้วเขาก็วางร่างโปร่งลงใต้ฝักบัว จัดการลูบครีมอาบน้ำตามเนื้อผิวพรรณผ่องสวย ได้ยินอีกคนบอกแผ่วๆ ว่าอาบเองได้ แต่องค์ชายชีวอนเช่นเขาไม่ยอมหยุดแกล้งลูกแมวตัวขาวได้อยู่แล้ว แอบแทรกนิ้วเข้าไปควานทำความสะอาดช่องทางรักเพียงนิด ปาดมือลูบฟองไปตามหว่างขาเรียวบ้างล่ะ ถือเป็นการเก็บเกี่ยวกำไรไปตามประสา

ใบหน้าน่ารักนั่นเผลอกัดริมฝีปากล่างดั่งพยายามกลั้นเสียงครางอีกแล้ว... เขาล่ะจะคลั่งตาย!

ชีวอนทราบดีว่าการอาบน้ำไม่ได้ช่วยให้อารมณ์รักมอดลงแม้แต่น้อย เพราะเพียงแค่ก้าวเดินออกจากห้องน้ำ ซับกายด้วยผ้าขนหนูได้ไม่นาน เด็กหนุ่มกลับถูกพันเกี่ยวกับพันธนาการมีชีวิตอย่างองค์รัชทายาทขี้แกล้งอีกเช่นเคย ผิดแต่หนนี้คยูฮยอนทราบว่าตนไม่ได้ถูกฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ครอบงำอีกต่อไปแล้ว ดูท่า...อะไรๆ ก็ขึ้นอยู่กับ... จิตใต้สำนึกทั้งสิ้น

กลิ่นกำยานหอมฟุ้งทำให้เด็กหนุ่มนึกปั่นป่วนอีกครา... ทว่าดูเหมือนชายหนุ่มคงชินกับกลิ่นนี้แล้วกระมังถึงได้ไม่มีท่าทีเช่นเดียวกับเขา คยูฮยอนนิ่วหน้าเมื่อไฟในกายลุกโชนอย่างไร้สาเหตุเพียงแค่สบตานัยน์ตาทรงเสน่ห์ สันจมูกเคลื่อนเข้ามาคลอเคลียทั้งยังรินรดลมหายใจอุ่นร้อนไปทั่วสรรพางค์

“ต่อเลยไหม?” กระซิบหยอกเย้าพลางจูบซับไปทั่วเนินคอ

“ตอนนี้เลยหรอครับ...” แย้มยิ้มตอบโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าอีกคนมองเด็กหนุ่มนั่นกลายเป็นคนช่างยั่วไปเสียแล้ว

“แล้วจะตอนไหนล่ะ...”

“ฮื่อ...” พ่นลมหายใจออกมาได้อย่างน่ารักเมื่อองค์ชายตัวดีแสร้งกลอกตาไปมาทั้งที่โอบรัดเอวคอดไว้เสียจนอีกคนขยับหนีไปไหนไม่ได้ ส่วนนั้นแตะกันเล็กน้อยทำเอา รู้สึกไปถึงไหนต่อไหน

“ลงโทษเธอที่ตัวหอมเกินไปดีกว่า...” กดจมูกลงบนแก้มนิ่มแรงๆ พลางเอนกายคร่อมทับหนุ่มน้อยลงบนเตียงกว้าง

ไม่อาจรอเวลาใดๆ อีกต่อไปแล้ว...

บางทีทริปการเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้นอาจต้องยกเลิกเป็นแน่