Rose Addict
- 9 -
เขาไม่เห็นว่าตนจะมีอะไรด้อยไปกว่าชเว
ชีวอนเลยสักนิด...ทั้งอำนาจ เงินทอง หรือบารมี...
และหากจะซื้อใจใครสักคน
คิม ยองอุน ก็คงมีทุกอย่างพร้อมสรรพที่จะประเคนให้คนในปกครองแน่นอนอยู่แล้ว
หากหว่านล้อมกันสักหน่อย มีหรือ...คนพวกนั้นจะปฏิเสธ ที่ผ่านมาก็มีมานักต่อนัก
แต่ทำไม... เด็กหนุ่มซึ่งอยู่ตรงหน้าเขาถึงได้แสดงท่าทีรังเกียจเขาเสมอ
ไม่ว่าจะเป็นวันแรกที่ได้พบหน้าหรือกับวันนี้ ทั้งเขาและชเว
ชีวอนต่างก็มีชีวิตที่ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่
เป็นบุคคลที่ยืนอยู่บนอำนาจและอิทธิพล คำถามที่เกิดขึ้นคือเหตุใด โจ
คยูฮยอนถึงได้เลือกปฏิบัติกับเขานัก!
คนที่มีตำแหน่งเป็นถึงนายน้อยของกลุ่มชเว
รวมไปถึงลูกสาวของเจ้าของโรงแรมตระกูลอีต่างก็สาดสายตาหยิ่งยโสใส่ชายหนุ่มร่างหนาไม่ต่างกัน...
รายหลังอาจเพราะเธอคือคุณหนูตระกูลดัง
ทว่าอีกรายอาจได้รับนิสัยเช่นนี้มาจากประธานกลุ่มชเวเป็นแน่
ห้องทำงานของท่านประธานคิมแท้จริงอาจดูสะดวกสบายไปเสียหน่อยสำหรับตัวประกันต่อรองเรื่องธุรกิจ
กระนั้น...ด้วยเพราะสิ่งที่จะต้องแลกมามีค่ามหาศาล
เขาถึงไม่คิดจะจับเด็กผยองสองคนนี้ไปขังเช่นสัตว์เลี้ยง
แต่ดูเหมือนเด็กพวกนี้จะไม่สำนึกในบุญคุณของคิม ยองอุนเอาเสียเลย
“ต้องการอาหารไหม...คุณหนูซอนมีและนายน้อยของกลุ่มชเว”
ชายหนุ่มกดเสียงกลั้นขำเมื่อยามได้ยินเสียงคล้ายท้องไส้เรียกร้องอาหาร...
เขาสังเกตเห็นเด็กสาวขมวดคิ้วมุ่น แน่นอนสาเหตุอาจมาจากเธอ ส่วนอีกคนกลับนั่งนิ่ง
ใบหน้ากลมขาวเพียงแค่กดยิ้มมุมปาก
“สิทธิของตัวประกันพิเศษถึงขั้นท่านประธานของกลุ่มคิมจะเสิร์ฟอาหารให้เชียว?”
เด็กหนุ่มโต้เถียงเขากลับมา โซฟามุมห้องซึ่งเด็กทั้งสองนั่งอยู่ห่างจากโต๊ะทำงานของยองอุนมากพอควร
ถึงอย่างนั้นฮวัง ชานซองก็ยังคงยืนประกบอยู่ใกล้ๆ และพร้อมจะชักปืนที่เหน็บอยู่ข้างเอวพร้อมเหนี่ยวไกเสมอ...อยากตัวประกันสองคนนี้ไม่เป็นที่ต้องการ
ทีแรก... คิม
ยองอุน อยากจะได้โจ คยูฮยอนมาไว้ครอบครอง...ทว่าตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกอยากจะเชยชมเด็กนี่แล้วล่ะ
...แค่เก็บไว้เมื่อถึงเวลาแล้วทำลายต่อหน้าชเว
ชีวอนให้หมอนั่นทรมานใจเล่นเห็นจะดีกว่าเป็นไหนๆ!
“ถึงจะหิวแค่ไหน...ยังไงเราก็ไม่ขอรับอาหารจากคนเลวๆ
แบบนี้หรอก” เป็นซอนมีเองต่างหากที่สวนกลับไปอีกประโยค สาวน้อยยกมือขึ้นกุมท้องของเธอที่เริ่มจะปวดและมันก็เริ่มทรมานขึ้นเล็กน้อย
เธอเป็นโรคกระเพาะถึงอย่างนั้นก็ต้องแข็งใจ
ความเป็นหงส์ของเธอไม่ได้ลดลงไปเลยแม้แต่น้อยถึงเจ้าตัวจะเป็นรองในสถานการณ์อันสุ่มเสี่ยง
ศักดิ์ศรีมันเป็นสิ่งที่กินได้ก็จริง แต่คนเช่น อี ซอนมีจะไม่ยอมก้มหัวให้พวกที่ถือว่าตนเป็นผู้มีอำนาจหากแท้จริงก็ไม่ได้ต่างไปจากอันธพาลเช่นคนจากกลุ่มคิมเป็นแน่
“ปากร้ายจริงนะครับ
คุณหนูซอนมี”
“ก็ยังดีว่าทำตัวเป็นหมาลอบกัดแบบคุณ!!”
“ใจเย็นหน่อยซอนมี
อย่าไปต่อปากต่อคำกับคนพวกนี้” โจ คยูฮยอนหันไปปรามเพื่อนของตนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ทว่าดวงตาคู่นั้นไม่ได้ลดความเย้ยหยันลงเลยสักนิด คิม
ยองอุนนึกขันเด็กสองคนนี้เสียเหลือเกิน... พยายามกดเขาให้เลวร้ายราวกับปีศาจ แล้วเขาจะคอยดูว่าปีศาจเช่นเขามันจะเอาชนะไอ้พวกถือตนว่าเป็นเทวดาได้หรือไม่
หากเป็นชัยชนะอันสกปรกเขาก็จะไม่ยี่หระใดๆ ทั้งสิ้น
คนพวกนี้นี่แหละที่จะทำให้กลุ่มชเวถึงคราวอวสาน!!!
ชายหนุ่มยิ้มร้าย ทอดสายตามองเอกสารที่วางอยู่โต๊ะทำงานของตน...
เอกสารเพียงแผ่นเดียวนี่แหละที่จะทำให้กลุ่มชเวถึงคราวล่มสลาย
เอกสารเพียงหน้าเดียวที่ลงรายละเอียดทุกอย่าง
เหลือเพียงลายเซ็นของท่านประธานจากกลุ่มชเวเท่านั้น
ขอแค่นั่งรอเวลาและรอให้ศัตรูหมายเลข 1 เดินทางมาถึงอย่างร้อนรน...เดินเข้ากองไฟที่เขาสุมมันไว้เอง...
ถึงคราวที่เขาจะเหยียบหน้าชเว ชีวอน แล้วส่งมันลงหลุมศพเสียที!
“คยูฮยอน... หมอนั่นใช้เราเป็นเหยื่อล่อ”
ซอนมีหันมากระซิบเสียงแผ่ว คยูฮยอนพยักหน้ารับในสิ่งที่เธอกล่าว
แน่นอน...พวกเขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากเหยื่อที่ติดอยู่ปลายเบ็ด แถมเหยื่อรายใหญ่ยังเป็นชเว
ชีวอนเสียด้วย
เขารู้และไม่ต้องการให้ผู้ชายคนนั้นต้องมาเสียท่าให้คนจากกลุ่มคิมเพราะตัวเขาเอง
เด็กหนุ่มหลับตานิ่ง พยายามใช้ความคิดนึกหาหนทางที่ริบหรี่เหลือเกิน
เรียวมือข้างหนึ่งกุมมือของเด็กสาวข้างกายอีกข้างเขารวบกำสร้อยเงินรูปมังกรเล่นไฟที่เพิ่งจะได้มาจากคนที่เขารักมากที่สุด
“ชีวิตของคนเรา...มันอาจ
ต้องเสี่ยงสักครั้งหนึ่ง”
“หมายความว่ายังไง...คยูฮยอน นายคิดอะไรอยู่?” ใบหน้าสวยขมวดคิ้วเมื่อยามที่ได้ยินเพื่อนของเธอพูดประโยคกำกวม...
ซอนมีบีบกระชับฝ่ามือคยูฮยอนกลับ มองเสี้ยวหน้าหวานคมที่ยังคงหลับตานิ่ง
“ช่างเถอะ...เอาเป็นว่าวิธีที่ฉันคิดอยู่มันต้องได้ผลแน่”
ชเว ชีวอนไม่คิดอยากจะมาเหยียบที่แห่งนี้...
ตึกสูงอันเป็นสถานที่ตั้งของกลุ่มคิม ชายหนุ่มใช้ดวงตาคล้ายเหยี่ยวทอดมองกลุ่มคนเหล่านี้ที่กำลังสาดสายตาไม่เป็นมิตรพุ่งตรงมายังเขา
ใบหน้าดั่งรูปสลักระบายยิ้มเหยียด...
เวลานี้เขากำลังเดือดดาลมากถึงขั้นอยากจะฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า
โดยเฉพาะกับกลุ่มคิมที่บังอาจทำเรื่องเลวร้ายดังสัตว์เดรัจฉานเช่นนี้ทั้งยังกล้าพาตัวคนของเขามาหน้าด้านๆ
แม้จะต้องบุกมาถึงรังของพวกมัน ท่านประธานของกลุ่มชเวก็ไม่คิดจะย่ำเกรงซึ่งใดๆ
อยู่แล้ว
ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินอย่างมั่นคงตามด้วยลูกน้องจากกลุ่มชเวจำนวนหนึ่งที่พร้อมจะต่อสู้กับพวกสุนัขจิ้งจอกเหล่านี้เสมอ
ราวกับกลุ่มคิมมันเตรียมการไว้แล้ว หนึ่งในลูกน้องของคิม ยองอุน ก้าวมายืนตรงหน้าเขา
พร้อมผายมือไปยังลิฟต์ซึ่งจะส่งตรงไปยังตำแหน่งห้องทำงานของประมุขแห่งกลุ่มคิม
“ขอให้มีเพียงคุณชเว และมือขวาของคุณชเวขึ้นไปที่ห้องทำงานของท่านประธานคิมเท่านั้นครับ”
“ไอ้พวกนี้...” มือขวาของเขาซึ่งมีบุคลิกสงบนิ่งมาตลอดสบถออกมาอย่างเกินกว่าจะอดกลั้น
คงโมโหมาก แน่นอน...เขาก็ไม่ต่างกัน แม้ชเว
ชีวอนจะรู้สึกถึงเส้นความอดทนในกายจะขาดผึ่งอยู่รวมร่อ
ชายหนุ่มก็ต้องทำราวกับตนเป็นน้ำไหลเอื่อย แม้ที่จริงเขาพร้อมจะเป็นไฟเผาผลาญทุกอย่างก็ตาม
ท่านประธานของกลุ่มชเวหันไปส่งสายตาให้แก่ลูกน้องซึ่งยืนอยู่เบื้องหลัง
คนเหล่านี้ทราบดีจึงพยักหน้ารับ
“ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
เชิญครับคุณชเว”
“ท่านประธานครับ...เตรียมทุกอย่างพร้อมนะครับ” บอดี้การ์ดชาวจีนเอ่ยถามผู้เป็นนายเมื่อยามก้าวเข้ามาในตัวลิฟต์
ชเว ชีวอนพยักหน้ารับและรู้ถึงความหมายที่โจวมี่บอกเขา ความพร้อมที่ว่า
คือปืนคู่ใจที่เหน็บอยู่หลังเอวเขาต่างหาก...
งานนี้เขามั่นใจว่ายังไงเสียต้องได้ระเบิดสมองใครสักคน และรายแรกต้องเป็น คิม
ยองอุน!
“งานนี้ไม่ต้องรอฟังคำสั่งจากฉัน เข้าใจตามนี้”
หนุ่มชาวจีนรับคำนิ่งๆ การที่ชเว ชีวอนจะไม่ออกคำสั่งใดๆ นั่นก็เท่ากับ...
การแก้ปัญหาทุกอย่างขึ้นกับหัวสมองของเขา การตัดสินใจจะต้องรอบคอบและห้ามผิดพลาด
การจะจบเรื่องอะไรสักอย่าง... ชเว
ชีวอนเคยคิดว่ามันจะสามารถจบลงที่พวกเขาสามารถตกลงผลประโยชน์กันได้อย่างที่ชายหนุ่มเคยได้เจรจาเรื่องธุรกิจกับกลุ่มหลายกลุ่มที่ผ่านมา
แต่ในกรณีของคนที่มันมักกัดไม่ปล่อยแบบนี้ มิหนำซ้ำยังทำเรื่องเลวร้ายได้โดยไม่รู้สึกอะไรเช่นนี้...
บางทีการทำลายให้สิ้นซากอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด จะไม่มีปัญหาระหว่างกลุ่มชเวและกลุ่มคิมอีกต่อไป
นั่นเพราะ...กลุ่มคิมจะสูญสลายไปตลอดกาล ไร้ซึ้งวันฟื้นคืนชีพ
“ท่านประธานคิมรออยู่แล้วครับ เชิญ”
ประตูไม้สนอเมริกาถูกเปิดออกพร้อมร่างของท่านประธานชเวและบอดี้การ์ดมือขวา
สองชายหนุ่มสืบเท้าเข้าไปในห้องทำงานของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุนัขจิ้งจอกแห่งวงการธุรกิจ
ดวงตาคู่คมจ้องตรงไปยังตำแหน่งโต๊ะประมุขกลางห้อง เบื้องหลังคือบานกระจกใสที่สะท้อนภาพของเมืองหลวงยามค่ำคืน
ดูเหมือนวันนี้จะเป็นคืนเดือนมืดเสียด้วย
ท้องฟ้าถึงได้ไร้แสงดาวแบบนี้...มันให้ความรู้สึกคล้ายกับมีบรรยากาศของยมทูตอบอวลไปรอบกาย
สำหรับเวลานี้แล้ว ชเว ชีวอนจะถือว่านี่มันอาจจะเป็นวันแห่งโชคร้ายสำหรับคิม
ยองอุนก็แล้วกัน
คิม
ยองอุนนั่งปั้นยิ้มอยู่ ณ ตำแหน่งโต๊ะทำงาน...
มันเป็นยิ้มเฉกเช่นหมาลอบกัดทุกครั้งไป
ทว่า...ในห้องทำงานแห่งนี้กลับไร้เงาคนของเขารวมไปถึงคุณหนูตระกูลอี...
ชายหนุ่มกระหวัดสายตามองศัตรูของตนอย่างไม่คลาดครา
เจ้านี้มันจะเล่นแง่อะไรกับเขาล่ะ?
“ยินดีต้อนรับคุณชเว” คิม ยองอุนว่าพลางผายมือให้เขานั่งลงที่เก้าอี้หนังบุตรงข้ามกัน
“เกรงว่าไม่จำเป็น”
ชายหนุ่มเลือกที่จะปฏิเสธคำเชื้อเชิญ
เขาอยากจะคุยธุระให้เสร็จสิ้นให้รวดเร็วที่สุด และพาคนของเขากลับไปได้อย่างปลอดภัย
แม้แต่รอยขีดข่วนแค่ปลายก้อยก็ห้ามมี!
“อย่าเพิ่งใจร้อนไปสิครับคุณชเว...
เราควรเจรจากันอย่างค่อยไปเป็นค่อยไปดีกว่า”
“แค่คุณพาคนของผมมา รวมไปถึงคุณหนูซอนมี
ก็ถือว่าเรื่องที่คุณทำ มันไม่ใช่การเจรจาอย่างค่อยเป็นค่อยไปแล้วครับคุณคิม...
วิธีแบบนี้มันคือการขู่บังคับ”
“...หึ”
“เรื่องคาสิโน
ผมก็ทราบว่าทุกอย่างมันคือฝีมือของกลุ่มคิม! เจตนาของคุณมันชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการโค่นล้มกลุ่มชเว
อย่าเสียเวลาอ้อมค้อมอะไรอีกเลย!!!” เสียงของชเว
ชีวอนมันกึกก้องและกังวานไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแห่งนี้ คิม
ยองอุนคงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้บนใบหน้าคม เขาล่ะเกลียดจริงๆ
ท่าทีแบบนั้นที่ทำราวกับตนไม่ได้ทำเรื่องเลวร้าย เส้นความโมโหของชเว ชีวอนที่ข้างขมับมันเต้นตุ้บๆ
เขากำลังข่มอารมณ์อย่างสุดขีดแม้แท้จริงเขาอยากจะจบๆ
เรื่องโดยการฆ่าประธานจากกลุ่มคิมเสีย... เขาคิดมาเสมอว่าไอ้พวกหมาเห่ายังเห่าตอบ
ถ้าแต่มันกัด... ถ้าไม่ปกป้องก็เขาสิจะแย่ ยิ่งถ้ามันกัดไม่ปล่อย
ก็คงต้องกำจัดให้ตาย!
“ได้! ถ้าเช่นนั้น...ผมขอพูดตรงๆ เลยกัน ชเว ชีวอน! ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณเอง ว่าจะเลือกกลุ่มชเว
หรือเด็กนั่น” คิม ยองอุนยิ้มเล่ห์พร้อมเลื่อนเอกสารบางอย่างมาตรงหน้าและเมื่อชายหนุ่มเพ่งมองพิจารณาเป็นอย่างดีแล้ว
เขาก็พบว่ามันคือเอกสารมอบอำนาจทุกอย่างในเครือบริษัทของกลุ่มชเว
ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในโซล ย่านการค้าต่างๆ
รวมไปถึงคาสิโนแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ...เขาคิดไม่ผิดจริงๆ
ว่ากลุ่มคิมต้องเล่นงานเขาด้วยวิธีนี้ อาจเรียกได้ว่านี่เป็นวิธีของพวกหมาจนตรอก
“เป็นการต่อสู้ที่ไม่สมกับเป็นลูกผู้ชายเลย คิม
ยองอุน” อีกครั้งที่ชเว ชีวอนเลือกที่กดยิ้มมุมปาก
ทุกครั้งที่ผ่านมาเขาไม่เคยกลัวการต่อสู้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน...
เพราะชายหนุ่นคิดอยู่เสมอว่าตนมีหน้าที่ที่ต้องแบกรับไว้บนบ่า
การต่อสู้คือวิถีแห่งการเอาตัวรอด แต่ดูเหมือนคิม ยองอุนจะตีความหมายของการต่อสู้ไปผิดถนัด
การต่อสู้ของกลุ่มคิม...คือการทำลายล้างใครต่อใครที่ขวางหน้า
เป็นการต่อสู้ที่ยืนหยัดอยู่บนความทุกข์ของผู้อื่น
เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไม...กลุ่มคิมถึงได้ระส่ำระสายถึงเพียงนี้
เพราะนอกจากผู้นำจะไม่มีความเป็นธรรมแล้ว...หมอนี่ยังไม่อาจปกครองคนของตนไปในทางที่ถูกที่ควรได้
ซ้ำยังดึงคนเหล่านั้นให้ต่ำลงๆ
ตึง! ตึง!!
เรียวคิ้วหนาขมวดมุ่นเมื่อครั้นได้ยินเสียงคล้ายกับคนทุบผนัง...
สัญชาตญาณของชเว ชีวอนมันบอกว่าเสียงที่ว่าต้องมาจากคนของเขาเป็นแน่ ยิ่งท่าทางของคิม
ยองอุนที่ดูจะอารมณ์เสียขึ้นมาหน่อยแล้วล่ะก็... เขาคิดว่าคยูฮยอนจะต้องไม่อยู่ไม่ไกลจากห้องทำงานนี้
มันอาจซ่อนทั้งเด็กสองคนนั้นไว้และนำมาเป็นเหยื่อล่อบีบคั้นเขาเมื่อถึงเวลา
“ปล่อยตัวเด็กสองคนออกมาก่อน แค่พวกเขาอยู่ดี
และคุณไม่เล่นตุกติก เราก็สามารถเจรจาเรื่องนี้ต่อได้” น้ำเสียงทุ้มกล่าวอย่างใจเย็นกระนั้นสีหน้ากวนประสาทของอีกฝ่ายก็มักทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดจวนเจียนจะระเบิดอารมณ์ทุกครา
“ท่านประธานครับ ฮวัง ชานซองไม่อยู่ที่นี่
ผมเกรงว่า...มันจะอยู่กับนายน้อยและคุณหนูซอนมี” โจวมี่พยายามกระซิบบอกให้สิ่งที่เจ้าตัวสังเกต
และแน่นอน...ชเว ชีวอนมองเกมนี้ไม่พลาด
ไอ้ลูกน้องทรยศคนนี้เป็นสุนัขรับใช้ที่ทำหน้าที่ได้เกินความต้องการของผู้เป็นนายเสมอ
ฮวัง ชานซองเป็นพวกอีโก้สูงซ้ำยังบ้าคลั่งในอำนาจและอิทธิพลที่ตนมี มีเท่าไหร่...กลับไม่เคยพอ
อุดมการณ์เช่นนี้ไม่ใช่คนที่จะทำงานให้กับกลุ่มชเว
หมอนี่ถึงได้เลือกที่ทรยศเขาโดยการฝากกระสุนเฉียดตายไว้ที่ชายโครงขวาก่อนมันจะหันไปจงรักภักดีต่อกลุ่มคิมในเหตุการณ์ปะทะกันเมื่อสามปีก่อน
เรื่องเมื่อสามปีที่แล้วสอนให้ชเว
ชีวอนรอบคอบในเรื่องความปลอดภัยขององค์กรมากขึ้น เข้มงวดเรื่องการแฝงตัว
รวมไปถึงการรับคนเข้ามาทำงานในกลุ่มชเวที่ต้องฝ่าฟันความอดทนทั้งทางร่างกายและจิตใจราวกับชายชาติทหาร
“แต่การเซ็นเอกสารนี้แผ่นเดียวแลกกับชีวิตเด็กพวกนั้นแค่คนเดียว...”
น้ำเสียงท่าทางราวกับคนถือไพ่เหนือกว่าอดไม่ได้ที่จะทำให้ท่านประธานของกลุ่มชเวยืนกำหมัดแน่น
คิม ยองอุนว่าอย่างสบายใจทั้งยังเอนหลังพิงเก้าอี้บุหนังสีดำขลับชั้นดี หากว่ามีไวน์อยู่ตรงหน้า
ชายร่างหนาอาจหยิบไวน์ขึ้นมาจิบยั่วต่อมโมโหของเขาให้ทวีคูณเป็นแน่
“แล้วยังมีข้อต่อรองอะไรอีก?”
“อีกหนึ่งชีวิต...แลกกับ ชีวิตของ ชเว ชีวอน!”
“......”
“เลือกเอาสิ คุณชเว เลือกว่าจะต่อสู้อย่างไรดี?”
“ปล่อยนะ!! นี่ อย่ามาแตะตัวฉันนะ!”
เสียงโวยวายของเด็กสาวทำให้คนทั้งห้องหันไปมองที่หน้าประตูทางเข้าเป็นสายตาเดียว ยิ่งกับชายชาวจีนแล้ว...เขาคงโมโหเสียยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
อี ซอนมียังคงดิ้นขลุกขลักอยู่ภายใต้วงแขนที่โอบรัดลำคอของเธอ
รวมไปถึงปืนที่จ่ออยู่ข้างท่อนเอวบาง
ทว่าคุณหนูตระกูลอีกลับไม่หวั่นเกรงต่อปืนกระบอกงามเลยแม้แต่น้อย
คนจากกลุ่มคิมซึ่งไม่ใช่ฮวัง
ชานซองทำได้เพียงจับตัวเธอให้อยู่มือและสู้แรงดิ้นที่มีอย่างต่อเนื่อง
ทว่า...ไร้เงาของโจ คยูฮยอน...
“เซ็นสิครับ คุณชเว...
เด็กคนนี้คือเหยื่อตัวแรก...” ชเว ชีวอนหรี่ตามองศัตรูหมายเลข 1 ของตน... นี่หมายความว่า
ซอนมีจะเท่ากับแลกกับลายเซ็นมอบอำนาจ แต่คยูฮยอน...แลกกับชีวิตของเขา?
หากมันต้องการเช่นนั้น... เขาก็จะทำตาม...
“คุณชีวอน...อย่าไปเซ็นนะคะ!! ไม่ว่าคุณจะเซ็นหรือไม่
พวกเขาต้องการแค่ชีวิตคุณและพวกเรา!”
“หุบปากไป ยัยหนู!!!” ชายที่คุมตัวซอนมีทำท่าจะง้างมือตบที่ใบหน้าของเธอ
ทว่าโจวมี่ปราดเข้าไปล็อคแขนของชายผู้นั้นโดยไม่เกรงกลัวใดๆ ทั้งสิ้น เขาใช้ทักษะในการล็อคแขนของผู้ชายคนนี้จนมันอ่อนแรงและปล่อยกระบอกปืนลงกับพื้น
แต่ใครจะรู้ว่ายังมีคนจากกลุ่มคิมอีกคนที่ใช้ปืนจ่ออยู่ที่ท้ายทอย โจวมี่หยุดชะงักนิ่งในตอนที่เขาคว้ามือของซอนมีไว้ได้
ก่อนจะดึงเธอสู่อ้อมกอดของเขาเอง ดวงตาคล้ายลูกกวางทอดมองเขาชั่วครู่ก่อนจะตวัดมองชายที่ยกปืนขู่เขาอยู่เบื้องหลัง
“ถ้าแกยิงเขาแม้แต่นัดเดียว...อย่าคิดว่าชีวิตนี้แกจะมีความสุข”
เสียงของหล่อนมันเย็นยะเยือกอย่างที่โจวมี่อธิบายไม่ถูก
แต่ซอนมีในเวลานี้กลับดูน่าเกรงขามทั้งที่เธอเป็นเพียงเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ
คนหนึ่งเท่านั้น ทว่าดวงตามาดมั่นคู่นั้นสามารถสงบทุกสิ่งอย่าง
ชายจากกลุ่มคิมลังเลไปชั่ววินาที จนเมื่อ...
ปัง!
ทั้งโจวมี่และซอนมีเบิกตาโพลง...
พวกเขาไม่ได้ถูกยิงแต่อย่างใด หากแต่เป็นชายจากกลุ่มคิมที่ล้มลงไปจมกองเลือดด้วยฝีมือการเหนี่ยวไกจาก
ฮวัง ชานซอง!
“แค่มันลังเล ก็ไม่สมกับเป็นคนของกลุ่มคิมแล้ว”
มือขวาของกลุ่มคิมไม่ว่าเปล่า นอกจากสีหน้านิ่งเฉยพร้อมรอยยิ้มราวกับคนโรคจิตแล้วร่างสูงใหญ่ยังเดินมาลั่นไกใส่คนจากกลุ่มคิมด้วยกันเองอีกนัดจนชายผู้นั้นสิ้นใจโดยสมบูรณ์
ท่าทีไม่ยี่หระเช่นนี้ไม่เฉพาะกับฮวัง ชานซองเท่านั้น ยิ่งท่านประธานกลุ่มอย่าง
คิม ยองอุนแล้วก็ไม่ได้ต่างกันเลยสักนิด การเห็นลูกน้องตายต่อหน้าด้วยฝีมือจากคนในกลุ่มกันเองไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเกิดขึ้น
แต่ชายร่างหนากลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“ใจเย็นหน่อย”
เสียงทุ้มเพียงแค่กล่าวกับมือขวาของตนแต่พอเป็นพิธี ชเว
ชีวอนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพลางกดยิ้มสมเพช ถึงคิม ยองอุนจะมักกล่าวอยู่บ่อยๆ
ว่าคนจากกลุ่มชเวและกลุ่มคิมไม่มีส่วนแตกต่าง
เป็นกลุ่มคนที่มีอำนาจอยู่ในมือทั้งสองฝ่าย แต่สำหรับเขา... คนจากคิม...
ไม่มีใครอยู่สูงว่าสัตว์จำพวกต่ำชั้นสักคน
ชายหนุ่มถอนหายใจพลางสังเกตท่าทีของฝ่ายตรงข้ามอย่างรอบคอบ
เขาเดาว่าคนจากกลุ่มคิมคงล้อมพวกเขาไว้มากพอสมควร หากก้าวออกจากห้องนี้ไปอาจมีใครหลายคนที่พร้อมจะปลิดชีพเขาตามความต้องการของผู้นำกลุ่ม
กระนั้น...เป้าหมายของเขาในวันนี้ เขาต้องการพาคยูฮยอนกลับไปอย่างปลอดภัย
อย่างน้อยซอนมีก็อยู่ในการดูแลของโจวมี่แล้ว
แน่นอนว่าเธอไม่ใช่เหยื่อล่อที่แท้จริง และดูเหมือนเกมของคิม ยองอุนอาจไม่จบลงง่ายๆ
“คยูฮยอนอยู่ที่ไหน?
ถ้าคุณคิมพาเขาออกมา ผมจะเซ็นเอกสารนั่น” ท่านประธานของกลุ่มชเวว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
แน่นอนคิม ยองอุนยิ้มพรายด้วยความพอใจ
“แต่เดี๋ยวก่อนคุณชเว...สัญญาครั้งนี้แลกกับคุณหนูซอนมี
แต่นายน้อยของชเวแลกกับชีวิตของท่านประธานชเวผู้ยิ่งใหญ่ต่างหาก”
“ได้... แต่ถ้าผมจะตายจริงๆ ก็ช่วยพาเขาออกมาให้เห็นเสียก่อนว่าเด็กคนนั้นยังสบายดี...”
“......”
“...ผมพูดคำไหนคำนั้นนั่นเพราะคนอย่างชเว
ชีวอนเป็นลูกผู้ชายพอ พาเขาออกมาให้ผมเห็นเสียก่อน และเมื่อผมเซ็นสัญญาเรียบร้อย
จะฆ่าผมยังไง...ก็แล้วแต่”
สิ้นเสียงของชเว
ชีวอน...ไม่มีใครพูดจาอะไรราวกับคำกล่าวเมื่อครู่คือคำสัตย์จริงสำหรับลูกผู้ชาย
ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งสีหน้าใดๆ มีเพียงดวงตาเด็ดเดี่ยวที่จ้องตรงไปยังศัตรู
ไม่มีแม้แต่กลิ่นอายของความกลัว แม้เขาจะต้องเสียบริษัทที่ตระกูลสร้างมา
ลูกน้องบริวารหรือแม้แต่อำนาจ
ชายหนุ่มคิดมาเสมอว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความยั่งยืนที่จะอยู่กับเราไปจนตาย หากแต่เป็นความรักต่างหากที่จะอยู่ในห้วงความทรงจำเสมอ
ดังนั้นร่างสูงจึงยืนตระหง่านอยู่เช่นนั้นพร้อมยืนยันในสิ่งที่เขาร้องขอ
นั่นคือ...ขอแค่ได้รู้ว่าโจ คยูฮยอนยังสบายดี...แม้บางทีการพบหน้ากันครั้งนี้
อาจเป็นครั้งสุดท้าย...ท้ายที่สุดของชีวิตก็ตาม
สิทธิพิเศษในการเป็นคนของชเว
นอกจากจะอยู่ภายใต้การดูแลของเขาแล้ว อีกประการนั่นคือชเว
ชีวอนจะปกป้องใครคนนั้นด้วยชีวิต หมายความว่า ...โจ คยูฮยอนสมควรจะได้รับสิทธิ์นี้โดยชอบธรรม...
“ผมแค่ให้เขาพักอยู่ที่ห้องข้างๆ
เท่านั้นคุณชเว...โจ คยูฮยอนยังปล่อยภัยดีแน่นอน
แต่ถ้าคุณอยากจะเห็นนายน้อยของกลุ่มชเวเป็นครั้งสุดท้าย... ผมก็ยินดี
ชานซอง...จัดการด้วย” ชเว ชีวอนรับรู้ถึงความยินดีซึ่งปิดไม่มิดผ่านใบหน้าเจ้าเล่ห์
สิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้คือกำหมัดแน่นระบายความเกรี้ยวโกรธที่มีก็เท่านั้น
คิม ยองอุนหันไปสั่งมือขวาของตน ฮวัง
ชานซองหายไปจากห้องทำงานแห่งนี้ไม่นานก่อนจะกลับมาพร้อมร่างของเด็กหนุ่ม
คยูฮยอนยังอยู่ในชุดนักเรียนทว่าไม่มีสูทตัวนอก แต่สิ่งหนึ่งที่ชเว ชีวอนเห็น...
โจ คยูฮยอนดูเปลี่ยนไปในสายตาเขามากเมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขัน ใบหน้าหยิ่งทะนง
ดวงตาที่มักฉายแววหวาดกลัวไม่มีอีกต่อไปแล้ว
...แม้เพียงชั่วครู่ที่สบตากัน...
ชายหนุ่มมั่นใจว่าคนในปกครองของเขา... มีอะไรในตัวมากกว่าที่คิด
และชเว ชีวอนคิดว่า คิม
ยองอุนมองบางอย่างพลาดไป...พลาดไปอย่างมหันต์!
“เด็กน้อย...มานี่สิ” ชีวอนร้องเรียกเด็กหนุ่ม
แม้ทีแรกฮวัง ชานซองจะทำท่าแย้งความต้องการของเขา แต่คิม
ยองอุนกลับพยักหน้าไม่ขัดขวางใดๆ
บางทีหมอนี่อาจคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมระหว่างเขาและโจ
คยูฮยอน เป็นภาพละครเศร้าสลดที่จบลงอย่างร้าวราน
ร่างสูงใหญ่อ้าแขนรับอ้อมกอดจากคนในปกครอง
เรียวแขนกอดร่างของเขาไว้แน่นราวกับหลังจากนี้ใครสักคนจะต้องจากกัน
เสียงหวานนุ่มกระซิบข้างหู
“ผมยังปลอดภัยดี...”
“ฉันเชื่อ...เธอยังสบายดี แต่ฉันนี่สิ...” เขาว่าพลางลูบฝ่ามือไปตามแนวแผ่นหลัง
ปลอบประโลมคนในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน
“ผมจะไม่ยอมให้เราต้องแยกจากกัน...”
“....”
“ไม่มีวัน!”
ปัง!!
ทุกสรรพเสียงเงียบสงัดคล้ายการเคลื่อนตัวของยมทูตใกล้เข้ามาทุกที...
วิญญาณดวงหนึ่งถูกจองจำภายใต้กระสุนเม็ดงามซึ่งทะลุอกซ้ายอย่างแม่นยำ
เรียวมือไร้การสั่นเทาลดกระบอกปืนลง ใบหน้าหวานเชิดมองร่างของคิม
ยองอุนที่แน่นิ่งภายในไม่กี่วินาที... ดวงตาคู่นั้นเบิกค้าง...ดั่งคนอาฆาตแค้น
มือยังกำปืนคู่กายไว้แน่นแม้จะสิ้นใจไปแล้ว ร่างหนาอาบไปด้วยเลือดสีแดง ณ
ตำแหน่งเก้าอี้หนังชั้นดี และมันคือหลุมศพอันสมเกียรติ
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วและผ่านการตัดไตร่ตรองจากสมองของโจ
คยูฮยอนเป็นอย่างดี...เขาคิดทบทวนอยู่นานก่อนจะถูกมาที่ห้องนี้มาควรจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร
ท้ายที่สุด...คยูฮยอนเห็นแก่ความจริงที่ประจักษ์...
หากไม่ฆ่าศัตรูที่จ้องจะฆ่าเราก่อน เราต่างหากที่อาจพลาดท่า... คิม
ยองอุนทำท่าจะเล็งปืนมายังชเว
ชีวอนและนั่นคือสิ่งที่คยูฮยอนไม่ต้องการจะให้เกิดขึ้น...
เด็กหนุ่มอาศัยจังหวะที่โผกอดชเว
ชีวอนเลื่อนมือเรียวเกี่ยวกับปืนที่เหน็บอยู่หลังเอวหนา
และตัดสินใจลั่นไกปลิดชีพคนที่คิดจะฆ่าชายหนุ่มที่เขารักมากที่สุดมาเสมอ...
จบเสียที...
และ...เขาฆ่า
คิม ยองอุน
ไม่มีใครเชื่อว่าท่านประธานของกลุ่มคิมจะจบชีวิตลงง่ายๆ
เพราะกระสุนจากหนุ่มน้อยผู้มีตำแหน่งเป็นนายน้อยของกลุ่มชเว...
แม้แต่มือขวาของกลุ่มคิมอย่าง ฮวัง ชานซองยังมองภาพนั่นราวกับถูกสะกด
หากเมื่อได้สติ... ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เล็งปลายกระบอกปืนมายังร่างสองร่างซึ่งตะคองกอดกัน
ราวกับมีวิญญาณร้ายเข้าสิง!
“คุณชีวอน คยูฮยอน ระวัง!”
“กรี๊ดดดดดดดดดด!”
มีเพียงเสียงกรีดร้องของเด็กสาว
ทุกอย่างคล้ายกำลังจะดับวูบสำหรับโจ คยูยอน ความมืดมิดปกคลุมจิตใจของเด็กหนุ่ม เขาหลับตาแน่นในขณะที่มีลำแขนแข็งแกร่งโอบรัดร่างของเขาไว้อีกที
...หรือเกมทุกอย่างมันจะจบแต่เพียงเท่านี้... สุดท้ายแล้ว...
ละครโศกครั้งนี้จบที่เขาและชเว ชีวอนต้องตายอย่างนั้นหรือ?
ปัง! ปัง!
กลิ่นของโรงพยาบาลอดไม่ได้ที่จะทำให้เด็กหนุ่มย่นจมูกเป็นพักๆ
ดวงตาคู่โตทอดมองเพดานสีขาวสะอาด
เขาเฝ้ามองมันมาสักพักแล้วล่ะ...ยิ่งมองก็ยิ่งเห็นภาพที่เขาเป็นคนเหนี่ยวไกปลิดชีวิตคิม
ยองอุนลงกับมือ... ใช่... โจ คยูฮยอนฆ่าคนตายเข้าให้แล้วล่ะ... เสียงพูดคุยของชเว
ชีวอนกับชายอีกคนซึ่งอยู่ในเครื่องแบบตำรวจอยู่ในความสนใจเขาเสมอแม้เจ้าตัวจะทำเป็นนอนเหม่ออยู่เช่นนั้น
ทั้งเขาและชีวอนปลอดภัยดีนั่นเพราะตำรวจเข้ามาได้ทันเวลาและวิสามัญฆาตกรรมฮวัง
ชานซอง ส่วนเขาหมดสติลงในเวลาต่อมา ตื่นมาอีกทีก็ถูกนอนให้น้ำเกลืออยู่แบบนี้...
เด็กอายุ 18 อย่างเขา...
โทษฆ่าคนตายมันอาจหนักมากอย่างนั้นสินะ... เขาจะถูกส่งตัวเข้าคุกหรือสถานพินิจล่ะ?
“เรื่องคดีนั่น...ไม่ต้องห่วงไป คยูฮยอนน่ะ...ยิงคิม
ยองอุนเพื่อป้องกันตัว แค่สอบปากคำก็พอ”
“ขอบคุณมากผู้กำกับชอง” ชายหนุ่มกล่าวกับเพื่อนไมตรีอย่างสุภาพและนั่นก็ทำให้ผู้กำกับชอง
ยุนโฮยิ้มขำ ทั้งเขาและชีวอนถือว่าสนิทกันมากพอสมควร ดื่มด้วยกันบ้างเมื่อมีโอกาส
ช่วงเวลาความเป็นเพื่อนที่ผ่านมานับว่าผ่านเหตุการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาด้วยกันก็บ่อย...
ครั้งนี้หากชเว ชีวอนไม่โทร.แจ้งเขาเสียก่อน บางทีเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจบุกเข้าไปในตึกของกลุ่มคิมไม่ทันเวลา
เพียงเท่านี้...พวกเขาก็ใช้เวลาฝ่าฟันลูกน้องด่านหน้าของกลุ่มคิมเสียจนหวุดหวิดจะขึ้นไปช่วยท่านประธานและนายน้อยของกลุ่มชเวไม่ทันแล้วเชียว
“ไม่ต้องเรียกเป็นทางการขนาดนั้นหรอก
จะว่าไปหมอนั่นก็ควรจะตายนานแล้วล่ะ ก่อคดีก่อเรื่องไว้เยอะทั้งลูกพี่ลูกน้อง” ผู้กำกับหนุ่มว่าพลางนึกถึงคดีเล็กคดีย่อยที่เกิดจากฝีมือกลุ่มคิม...เจ้าพวกนี้ทำเขาปวดหัวมานักต่อนัก
ไหนจะเรื่องฆ่าตัดต่อ เรื่องยาเสพติด แน่นอน...ชเว ชีวอนก็คงไม่ต่างกัน
เขาไม่เคยเห็นเพื่อนไมตรีคนนี้ประสาทเสียเลยสักครั้ง
จะมีก็ล้วนแต่เป็นเรื่องจากกลุ่มคิมที่มักเล่นงานกลุ่มชเวได้อย่างเจ็บแสบ
“รบกวนเรื่องปราบปรามลูกน้องของกลุ่มคิมที่เหลือด้วยล่ะกัน”
“ได้สิ มันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้ว
พวกเราตามกวาดล้างมันมานาน แต่เพราะมันมีนักการเมืองคุ้มกะลาหัวเลยยากจะจัดการ”
“ถือว่า...ช่วยลดหน้าที่ของนายไปอีกหนึ่งและกลุ่มชเวก็หมดศัตรูไปอีกหนึ่งเช่นเดียวกัน”
ท่าทีเหนื่อยล้าของชเว ชีวอนประกอบกับการถอดถอนหายใจทำให้ชอง
ยุนโฮพยักหน้ารับกับตนพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
เขาคิดว่าควรปล่อยให้ทั้งเพื่อนไมตรีและเด็กในปกครองของหมอนี่ได้พักผ่อนเสียหน่อย
“เอาเป็นว่า...หมดหน้าที่ของฉันแล้ว
ยังไงเรื่องคดีฉันสะสางให้เอง พรุ่งนี้ฉันจะส่งคนเข้ามาสอบปากคำคยูฮยอนอีกทีล่ะกัน
วันนี้หนุ่มน้อยของนายอาจยังไม่พร้อมจะพูดคุยสักเท่าไหร่”
“อืม...ขอบคุณมากว่ะยุนโฮ”
ร่างของผู้กำกับหนุ่มก้าวออกจากห้องพักคนไข้เมื่อพูดคุยธุระเสร็จสรรพ ชเว
ชีวอนสืบเท้าไปยังข้างเตียงผู้ป่วยพลางเอื้อมมือไปลูบใบหน้าขาวจัดที่กลับซีดลงกว่าทุกครั้ง
คงเพราะอ่อนเพลียและสภาพจิตใจไม่สมบูรณ์เต็มร้อย
ดอกกุหลาบของเขาผ่านเรื่องราวร้ายๆ มาหยกๆ
และนั่นก็ทำให้ดอกกุหลาบดอกนี้เหี่ยวเฉาลงเล็กน้อย ทว่าความงามไม่ได้ลดลงเลยสักนิด
กลับกัน...นี่คือสัญญาณที่บ่งบอกว่า... ดอกกุหลาบดอกนี้แกร่งอย่างที่ใครก็ต้องยอมสยบ
โจ
คยูฮยอน...กำลังจะก้าวสู่การเป็นนายน้อยของกลุ่มชเวโดยสมบูรณ์
“ผมต้องรับโทษอะไรไหม?”
เด็กในปกครองถามเขาเสียงเบา
“ไม่...เธอทำไปเพราะป้องกันตัว”
ชายหนุ่มว่าพลางกุมฝ่ามือที่วางแนบอยู่ข้างกายบางก่อนจะก้มลงไปกดเรียวปากลงบนหน้าผากมน
หนุ่มน้อยหลับตารับสัมผัสพลางเผยยิ้มบางแม้ความกังวลในจิตใจยังมีอยู่มากก็ตาม
“ผมรู้สึกไม่สบายใจที่ต้องฆ่าใคร
แต่ถึงอย่างนั้น...ถ้าผมไม่ฆ่าเขา เขาก็ต้องฆ่าคุณ...
นั่นคือสิ่งที่ผมไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้น”
“ฉันรู้เด็กน้อย...ฉันรู้... พักผ่อนเถอะ
วันนี้เราเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”
เรียวปากได้รูปแต้มจูบละมุนก่อนจะผละออกพร้อมลูบกลุ่มผมนิ่มกล่อมให้คนของเขาเข้าสู่ห้วงนิทรา...
ไม่นานโจ คยูฮยอนก็หลับไปทั้งที่ยังคงกุมมือของเขาไว้อยู่ ชายหนุ่มไม่ได้ละสายตาไปจากดวงหน้าน่ารักตรงนี้เลย
จวบจนเมื่อ...ประตูห้องพักคนไข้ถูกเปิดออก พร้อมด้วยร่างของคู่สามีภรรยาซึ่งมีใบหน้าคล้ายกับเด็กที่นอนพริ้มอยู่ตรงหน้าเขาไม่มีผิด
“ไอ้หนุ่มนี่น่ะหรือ?
ที่ชักจูงลูกของเราให้ไปเกี่ยวข้องกับพวกอันธพาล!”
เสียงของชายวัยกลางคนแข็งกร้าว ร่างนั้นย่างสามขุมตรงมายังเขาด้วยใบหน้าถมึงทึง ท่าทีเช่นนี้
ชเว ชีวอนมองออกว่าชายผู้นี้หัวรั้นมากเพียงใด
มิน่าล่ะ...เด็กคนนี้ถึงได้ดื้อนักดื้อหนา...
พ่อของโจ คยูฮยอน...
ดูยากจะรับมือยิ่งกว่าลูกชายเสียอีก!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น