วันเสาร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2557

NC # Heaven Ivy Ch.8 wonkyu

ต่อจาก http://my.dek-d.com/aoomly/writer/viewlongc.php?id=1072529&chapter=9
อย่าลืมกลับไปเม้นท์นะคะ ^^

“รู้สึกหรือ?” เสียงพร่ากระซิบถาม พร้อมรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์นั่นอีก คยูฮยอนผินหน้าหลบหลีกหนีสายตาที่แทบจะหลอมเขาให้ละลายคาอกอยู่รอมร่อ... ใช่ เด็กหนุ่มกำลัง รู้สึกดั่งเช่นอีกคนว่า ลมหายใจอุ่นร้อนแผดเผาเนื้อผิวได้มากกว่าแสงแดดที่ชายหาดเสียอีก

            “อื้อ...” ปลายจมูกโด่งแตะเนินลำคอเพียงแผ่วเบา เล่นเอาหนุ่มน้อยสะดุ้งตัวปล่อยเสียงแห่งความอึดอัด เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มพราย ทีแรกอยากจะแกล้งเด็กคนนี้เสียหน่อย แต่ดูท่าเขาเองต่างหากกระมังที่อาจทนไม่ไหว ร่างโปร่งเริ่มขยับตัวคล้ายทรมานจากไฟอารมณ์ที่ค่อยๆ ถูกก่อขึ้น แก้มเนียนกลับแดงระเรื่อแม้กระทั่งริมฝีปากที่ดูน่าป้อนจูบยิ่งกว่าคราใด ไม่รอช้า...จัดการพลิกเรือนกายบางให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา

            เด็กหนุ่มร้อนไปทั้งกายเมื่อพบว่าตนนั่งคร่อมทับองค์รัชทายาทหนุ่ม แถมสะโพกยังเบียดซุกใกล้ส่วนกลางลำตัวอันแสนแข็งขืนของเก้าอี้มนุษย์ และโดยไม่ทันตั้งตัวฝ่ามือหนาเลื่อนสอดเข้าสำรวจเนื้อผิวสีน้ำนมที่ไม่ได้คล้ำเพราะแสงแดดในบาหลีเลยแม้แต่น้อย รั้งเกี่ยวเอวบางจนคยูฮยอนเสียหลัก ต้องใช้ฝ่ามือยันไว้กับแผ่นอก เขินใจแทบขาดเมื่อถูกดวงตาทรงเสน่ห์ทอดมองอย่างสื่อความหมาย

            สื่อว่า...พร้อมจะกลืนกินเขายังไงล่ะ!

            “ฉันยังไม่ให้เธอทำเองหรอก...ไม่ต้องกังวลไป” ทำไมถึงพูดเรื่องแบบนี้ได้ราวกับเป็นเรื่องธรรมดากันนะ! คยูฮยอนพร่ำบ่นอยู่ในใจ ถึงอย่างนั้นก็ปล่อยให้อุ้งมือใหญ่ปลดกระดุมกางเกงขาสั้นของเขาก่อนมันจะถูกดึงจนหลุดจากสะโพก ดวงตาคู่โตหรี่หลับไม่ต่างจากการถูกมนตราเพราะจุดนั้นถูกปรนเปรออย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งยังแอบวกมือไปเฟ้นเนื้อสะโพกหยอกล้อเรียกเสียงครวญในลำคอ หนุ่มน้อยจากพยองอันลืมไปเสียแล้วว่าเขาและชายหนุ่มต่างป้อนความสุขให้แก่กันที่ริมระเบียงห้อง อย่างไรก็ดีนั่นเพราะห้องพักหันหน้าสู่ทะเลและรอบข้างก็เงียบสงบเสมือนเป็นใจ พวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องพะวงอะไร

          แค่ปล่อยให้ร่างกายดำเนินไปตามแต่ใจต้องการ

            “อ้ะ...” ซบหน้าลงบนไหล่หนา ร้องอย่างทรมานครั้นอีกคนควบคุมเขาด้วยอุ้งมือข้างเดียวเท่านั้น จังหวะการรูดขึ้นลงเน้นหนักเบาสลับกันไปและนี่ก็เป็นการเล้าโลมกันได้อย่างร้ายกาจ เพราะอะไรน่ะหรือ เพราะเมื่อเขาเงียบเสียงไป องค์ชายขี้แกล้งก็มักหยุดมือและบีบเค้นแท่งเนื้อแต่พอเป็นพิธี แต่หากเขาเปล่งเสียงดังมากขึ้น อีกคนกลับปรนเปรอได้รวดเร็วจนสั่นสะท้านไปทั้งกาย คยูฮยอนจิกเล็บไปตามเสื้อกล้ามสีดำ ระบายอารมณ์อันหลากหลายด้วยการกำมือลงบนเนื้อผ้าชั้นดี...

เหตุใดครั้งนี้ไฟอารมณ์ในกายถึงได้ลุกโชนนัก นึกถามตนด้วยความฉงนใจ...แค่อยากให้เจ้าของร่างแกร่งกระทำการทุกอย่างได้แล้ว และเขาไม่อาจทนต่อการประโลมอารมณ์ไปได้มากกว่านี้จริงๆ

“ใจเย็นหน่อยสิ...” เพราะคนตัวขาวขบฟันลงบนไหล่หนาซ้ำๆ หากเสียงเข้มก็ยังเอ่ยบอกอย่างไม่รีบร้อน คยูฮยอนหัวสมองพร่าเลือนทว่าร่างกายยังตอบสนองในทุกสัมผัส...แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดขับเคลื่อนสัญชาตญาณดิบเสียจนเจ้าตัวควบคุมตนไม่อยู่

“อย่าแกล้งกระหม่อม...กระหม่อมทรมาน”

“หึหึ บอกแล้วไงว่าห้ามแทนตัวว่ากระหม่อม...สงสัยต้องทำโทษอีกสักที” ว่ากลั้วหัวเราะพลางประคบริมฝีปากดูดกลืนความหวานที่ดูท่าครั้งนี้อาจแฝงรสเผ็ดร้อนกว่าครั้งไหน เมื่อเด็กหนุ่มกลับจูบตอบสมกับที่เขาตั้งใจแกล้งเสียเหลือเกิน ฟันขาวแอบกัดมุมปากเขาเบาๆ ก่อนเรียวลิ้นเล็กนั้นจะกระหวัดเกี่ยวซุกซน หลีกหนีกันเป็นบางจังหวะ แต่บางจังหวะกลับเปิดโอกาสให้ร่างสูงได้ดื่มด่ำจนสาใจ ผละมองใบหน้าขึ้นสีที่ดูยั่วเย้าจนน่าตี ปากแดงเปล่งเสียงผะแผ่วเนื่องด้วยส่วนนั้นยังถูกเขาประคองรูดไม่หยุด

ความชื้นปริ่มที่ส่วนปลายและชายหนุ่มเองก็ไม่ต้องการให้เด็กหนุ่มปลดปล่อยเอาตอนนี้ จึงผละมือออกก่อนจะไต่มือไปตามแนวสะโพก แทรกแหวกเนื้อนิ่มเบาๆ ฟังเสียงครางกระเส่าข้างกกหู มองเห็นฝ่ามือบางที่สอดเข้ามากอบกุมแก่นกายของตนเอง ทีนี้องค์ชายชีวอนพรูลมหายใจอย่างเสียไม่ได้ เอาเถอะ...เขาจะปล่อยให้ร่างบางกระทำส่วนหน้าของตนเอง ในเมื่อภาพศิลปะบนตัวเขาก็ช่วยโหมพัดคลื่นรักในกายได้มากพอดู

“อ๊า...อ่ะ”

เสียงหวานนั่นฟังดูรัญจวนใจขึ้นทุกเมื่อ อาจเพราะเจ้าตัวได้ช่วยตัวเองตามจังหวะที่หวัง และร่างบางคงไม่รู้ตัวกระมังว่าริมฝีปากที่เผยออ้าเช่นนี้ ดีแต่จะทำให้เขาเริ่มเตลิดจนเกือบลืมสิ่งที่ตนต้องการจะทำเสียอย่างงั้น ช่องทางรักคลี่เปิดได้ง่ายเพราะเมื่อวานเกิดกิจกรรมรักสั้นๆ ขณะอาบน้ำ มันเป็นผลดีทีเดียวเพราะเขาสามารถแทรกนิ้วเข้าสู่โพรงเนื้อนิ่มได้สะดวกโดยไม่ต้องอาศัยน้ำรักเข้าช่วย คิ้วหนาเลิกขึ้นประหลาดใจด้วยเพราะสะโพกมนนั้นโก่งขึ้นอย่างรู้งาน สมาธิจะแตกซ่านอยู่แล้วเพราะคนตัวขาวครวญครางริมหู เรือนร่างที่ใครต่อใครบอกว่าโปร่งบางหนักหนา แต่คงมีชายหนุ่มผู้เดียวที่ได้รับรู้ว่าร่างนี้กลมกลึงไปทุกส่วน...

“คยูฮยอนนา...อื้ม” รอยยิ้มพึงใจปรากฏแก่รูปหน้าคมคายพลางครางต่ำในลำคอ แปลกใจที่มือเล็กนั้นตะปบลงบนกลางเป้ากางเกงของเขา กระจ่างในใจเมื่อลูกแมวตัวขาวสอดมือเข้ามาภายใน ใครจะคิดว่าสิ่งล้ำค่าจากพยองอันที่เขามองว่าทำตัวนุ่มนิ่มตลอดเวลากลับล้วงมือเข้ามาควานหาส่วนนั้นของเขา และท่าทางเจ้าตัวก็คงถูกใจมากเป็นแน่ เพราะเมื่อเรียวนิ้วนั้นกอบกุมอยู่มือ เขาจึงรับรู้ได้ในทันทีว่าคยูฮยอนต้องการเขามากเพียงใด

การมองคนน่ารักปรนเปรอให้ทั้งตนและตัวเขาแบบนี้...คิดว่าองค์รัชทายาทชีวอนจะทนแกล้งร่างบางไปได้อีกสักกี่ น้ำ

“คุณแกล้งผมได้...ผ-ผมก็เอาคืนได้ ม..เหมือนกัน” แม้จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่นไปสักหน่อย ไม่ลืมแทนสรรพนามได้อย่างถูกต้อง แต่ก็ยอมรับเลยล่ะว่าคยูฮยอนนั้นเอาคืนเขาได้สำเร็จ ชายหนุ่มคำรามในลำคอเป็นพักๆ เมื่ออุ้งมือซุกซนมอบความสุขให้เขาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแถมยังกระถดตัวต่ำลงให้แก่นกายเขาทั้งคู่สัมผัสกันแนบแน่น วินาทีนี้เขาแทบคลั่ง...ไหนจะเรียวนิ้วที่ควานค้างภายในช่องทางสวาทซึ่งตอดรับกันอยู่เนืองๆ ขยับนิ้วเข้าออกพลางเพิ่มจำนวนเพื่อขยายเปิดทางเป็นการเตรียมต้อนรับสิ่งอื่นที่อาจสร้างความสุขได้มากกว่า

“อ๊า!!” เสื้อกล้ามสีดำเปรอะไปด้วยคราบรักขาวจากการปลดปล่อยครั้งแรกของเด็กหนุ่ม คราวนี้ร่างสูงยืดตัวเพื่อถอดเสื้อกล้ามออกก่อนจะดึงคนตัวขาวให้นั่งหันหลังระหว่างหว่างขาของเขา สอดมือรวบสะโพกงอนขึ้นเล็กน้อยพลางประคองให้อีกคนค่อยๆ กลืนกินแก่นกายซึ่งขยายพองจนพร้อมสู่ศึก พักสูดหายใจเข้าปอด ตะคองกอดแนบชิดแผ่นหลังบาง แต้มจุมพิตไปทั่วกลุ่มสีน้ำตาลเข้ม

“อย่าหลับตาล่ะ...มองทะเลไปด้วย บางทีเราอาจสนุกขึ้น” คงไม่มีความเก้อเขินที่เกิดขึ้นกับร่างบางอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อคยูฮยอนไม่อาจกลั้นเสียงเย้ายวนอารมณ์ได้แต่อย่างใด ดวงตาโตไม่อาจปรือปิดทั้งที่ร่างกายสั่นคลอนไปตามแรงโยก เด็กหนุ่มยังคงทอดสายตามองคลื่นทะเลบาหลีซึ่งซัดสาดเข้าฝั่งอย่างต่อเนื่อง เสมือนแก่นกายร้อนระอุ...สอดแทรกแตะจุดกระสันเสียวในทุกๆ ครา

“ฮื่อ...อ๊ะ...ตรงนั้น... ” เอนใบหน้าเพื่อที่อีกคนจะได้ละเมียดจูบตามไปตามลำคอระหง ออกปากเร้าเจ้าของร่างสูงให้กระทั้นแรงเข้าสู่ช่องทางหฤหรรษ์ในจุดที่ตนพอใจ แต่มีหรือที่ลูกแมวตัวน้อยจะสมใจอยากโดยไม่ถูกพ่อราชสีห์หนุ่มกลั่นแกล้ง

“เรียกชื่อฉันก่อนสิ” ว่าพลางงับติ่งหูเบาๆ

“อ๊า...องค์ชาย...”

“ไม่ คยูฮยอน... ชื่อของฉัน”

“ช-ชีวอน ชีวอน อ๊ะ...”

เวลานี้คยูฮยอนไม่อาจนำบทรักครั้งนี้ไปเปรียบเทียบกับครั้งก่อนหน้าได้เลย หรือแม้แต่คลื่นทะเลก็ไม่อาจสู้คลื่นรักที่โหมซัด ชายหนุ่มเฝ้ามองเนื้อผิวแดงจัดซึ่งเต็มไปด้วยร่องรอยที่เขาได้ทำไว้ทั้งสิ้น อดไม่ไหวต้องกระแทกแรงซ้ำๆ จนกายบางสั่นสะท้านทุกลมหายใจ เลื่อนฝ่ามือขึ้นบดคลึงยอดอกสีชมพูด้วยนึกหมั่นเขี้ยวพิกล เอ็นเนื้อแข็งแรงสามารถทำหน้าที่ของมันได้เป็นอย่างดี สอดลึกในจุดที่เขาแทบไม่เคยสอดแทรกเข้าไปหา...และใครก็ไม่อาจแตะต้องสิ่งล้ำค่าจากพยองอันได้ลึกซึ้งเว้นเสียแต่เขาเพียงผู้เดียว

            สายน้ำแห่งความรัญจวนฉีดสู่เจ้าของร่างโปร่ง...ต่างคนต่างได้รับการปลดปล่อยไฟอารมณ์ท่ามกลางเสียงคลื่นซัดฝั่ง หากไม่จบเพียงเท่านั้น แม้จะถอนกายออกมาแล้ว ชายหนุ่มช้อนร่างขาวซึ่งใกล้จะหมดแรงไว้แนบอก สบนัยน์ตาลูกแก้วสีรัตติกาลด้วยทราบเป็นอย่างดีว่าอย่างไรเสีย...เด็กคนนี้ย่อมต้องการเขาอีกครั้ง...

            และไม่ยอมหยุดง่ายๆ

“อาบน้ำก่อนไหม?”

“ก็ได้ครับ...”

ยิ้มเอ็นดูครั้นเด็กหนุ่มตอบเสียงพร่า ค่อยๆ ก้าวเดินเข้าไปยังห้องน้ำโอ่โถง แกะเกี่ยวเสื้อผ้าที่ยังหลงเหลือบนร่างกาย อย่างไรก็ดี...เขานั่นไม่ได้ตั้งใจจะสานต่อกิจกรรมในอ่างอาบน้ำเป็นแน่...การเล่นน้ำทะเลมาทั้งวันอาจจะทำให้คยูฮยอนไม่สบายเอาซะก่อน การแช่น้ำนานๆ อาจไม่ใช่เรื่องดี ว่าแล้วเขาก็วางร่างโปร่งลงใต้ฝักบัว จัดการลูบครีมอาบน้ำตามเนื้อผิวพรรณผ่องสวย ได้ยินอีกคนบอกแผ่วๆ ว่าอาบเองได้ แต่องค์ชายชีวอนเช่นเขาไม่ยอมหยุดแกล้งลูกแมวตัวขาวได้อยู่แล้ว แอบแทรกนิ้วเข้าไปควานทำความสะอาดช่องทางรักเพียงนิด ปาดมือลูบฟองไปตามหว่างขาเรียวบ้างล่ะ ถือเป็นการเก็บเกี่ยวกำไรไปตามประสา

ใบหน้าน่ารักนั่นเผลอกัดริมฝีปากล่างดั่งพยายามกลั้นเสียงครางอีกแล้ว... เขาล่ะจะคลั่งตาย!

ชีวอนทราบดีว่าการอาบน้ำไม่ได้ช่วยให้อารมณ์รักมอดลงแม้แต่น้อย เพราะเพียงแค่ก้าวเดินออกจากห้องน้ำ ซับกายด้วยผ้าขนหนูได้ไม่นาน เด็กหนุ่มกลับถูกพันเกี่ยวกับพันธนาการมีชีวิตอย่างองค์รัชทายาทขี้แกล้งอีกเช่นเคย ผิดแต่หนนี้คยูฮยอนทราบว่าตนไม่ได้ถูกฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ครอบงำอีกต่อไปแล้ว ดูท่า...อะไรๆ ก็ขึ้นอยู่กับ... จิตใต้สำนึกทั้งสิ้น

กลิ่นกำยานหอมฟุ้งทำให้เด็กหนุ่มนึกปั่นป่วนอีกครา... ทว่าดูเหมือนชายหนุ่มคงชินกับกลิ่นนี้แล้วกระมังถึงได้ไม่มีท่าทีเช่นเดียวกับเขา คยูฮยอนนิ่วหน้าเมื่อไฟในกายลุกโชนอย่างไร้สาเหตุเพียงแค่สบตานัยน์ตาทรงเสน่ห์ สันจมูกเคลื่อนเข้ามาคลอเคลียทั้งยังรินรดลมหายใจอุ่นร้อนไปทั่วสรรพางค์

“ต่อเลยไหม?” กระซิบหยอกเย้าพลางจูบซับไปทั่วเนินคอ

“ตอนนี้เลยหรอครับ...” แย้มยิ้มตอบโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าอีกคนมองเด็กหนุ่มนั่นกลายเป็นคนช่างยั่วไปเสียแล้ว

“แล้วจะตอนไหนล่ะ...”

“ฮื่อ...” พ่นลมหายใจออกมาได้อย่างน่ารักเมื่อองค์ชายตัวดีแสร้งกลอกตาไปมาทั้งที่โอบรัดเอวคอดไว้เสียจนอีกคนขยับหนีไปไหนไม่ได้ ส่วนนั้นแตะกันเล็กน้อยทำเอา รู้สึกไปถึงไหนต่อไหน

“ลงโทษเธอที่ตัวหอมเกินไปดีกว่า...” กดจมูกลงบนแก้มนิ่มแรงๆ พลางเอนกายคร่อมทับหนุ่มน้อยลงบนเตียงกว้าง

ไม่อาจรอเวลาใดๆ อีกต่อไปแล้ว...

บางทีทริปการเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้นอาจต้องยกเลิกเป็นแน่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น