Rose
Addict
-1-
เขาไม่เคยคิดว่าการดื่มเป็นเรื่องดีเลยสักครั้ง...กับครั้งนี้ก็เช่นกัน!!
โจ
คยูฮยอนนั่งแหมะอยู่ริมกำแพงสีหม่นข้างตัวร้านคาราโอเกะที่เพื่อนในกลุ่มชักชวนมาฉลองเนื่องในโอกาสการสอบมิดเทอมผ่านไปได้ด้วยดี
เด็กหนุ่มคิดมาเสมอว่าตัวเองมีความสามารถมากพอในการกระดกน้ำเมาดังกล่าวได้โดยไม่มีปัญหาหากมีการสังสรรค์ระหว่างเพื่อนฝูงบ้าง
แต่วันนี้เขารู้แล้วล่ะ! ว่าสิ่งที่เขาควรหลีกเลี่ยงมันให้มากที่สุดพอๆ
กับการวิ่งหนีครูฝ่ายปกครองเวลาเขามาโรงเรียนสายนั่นก็คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด!
สายลมเย็นๆ
ทำให้เขาหายใจได้สะดวกขึ้น รู้สึกหายมึนแม้จะเพียงนิดก็ยังดี
ร่างโปร่งภายใต้ชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนรัฐชื่อดังในสภาพกึ่งมึนกึ่งเมา
คยูฮยอนไม่อยากจะนึกว่าถ้าคุณพ่อที่ติดจะเข้มงวดเกินไปหน่อยมาเห็นเขาในสภาพนี้จะเป็นเช่นไร
แต่ถ้าเป็นคุณแม่จอมเฮี้ยวหล่อนคงจะหัวเราะนิดๆ แล้วแซวไปตามประสาเสียมากกว่า
ในวินาทีที่เขากำลังนึกอะไรเพลินๆ และทันใดนั้น...หัวมุมถนนฝั่งตรงข้ามจากร้านคาราโอเกะมีบางอย่างผิดแปลกไป
ตรงซอกมุมของตึกที่ยากจะมองเห็นแต่ทว่า...เจ้าของใบหน้าขาวจัดกลับสังเกตเห็นตรงนั้นมีเงาตะคุ่ม...เขามองไม่เห็นหน้าใครคนนั้นแต่แปลกที่เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงความน่ากลัว
ดวงตาคู่กลมเหลือกขึ้นเล็กน้อย
เงาสะท้อนจากแสงไฟถนนทอแสงวิบวับจากกระบอกปืนสีเงินวาวที่เหน็บซ่อนอยู่หลังเอว...
เขาสั่งตัวเองให้รีบหลบสายตา
ปัดความอยากรู้อยากเห็นทิ้งไปเสีย! แต่ดูเหมือนมันจะช้าไปเสียแล้ว เด็กหนุ่มยกมือปิดปากอุดเสียงร้องของตัวเองเมื่อพบว่าปืนกระบอกดังกล่าวปลิดชีวิตใครสักคนที่ยกมือไหว้ร้องขอชีวิตจากเจ้าของปืนที่ว่า...
เขาทำเป็นไม่เห็นเหตุการณ์
เขาต้องหนีไปจากตรงนี้ก่อนจะมีใครเห็นเข้า!!
คิดได้ดังนั้นความมึนจากน้ำเมาก็แทบสร่างเลยทีเดียว
คยูฮยอนหยัดตัวลุกขึ้นพลางสาวเท้ากลับเข้าไปในร้านคาราโอเกะอย่างรวดเร็ว
เขาก็แค่หวังว่าชายคนนั้นจะไม่เห็นว่ามีพยานเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว ...แค่หวังว่าจะทำตัวเป็นปกติราวกับไม่เห็นอะไร
ทั้งที่หนึ่งชีวิตถูกปลิดไปต่อหน้า หัวใจของเขาเต้นระส่ำไปหมด...กลัว...กลัวว่าถ้าถูกจับได้และกลายเป็นร่างไร้วิญญาณแบบคนคนนั้น!
เขาไม่อาจเป็นพลเมืองดีในย่านที่เต็มไปด้วย...อันธพาลอย่างตระกูลต้องห้ามที่ใครก็ไม่อาจเอ่ยชื่อ
แต่เด็กหนุ่มอาจไม่ทราบว่าตนได้ทิ้งร่องรอยอะไรบางอย่างเอาไว้
“คยูฮยอน! เหม่อไรมึง”
“หะห๊ะ!!”
ร่างโปร่งสะดุ้งโหยงท่ามกลางสายตาของเพื่อนสนิทในกลุ่มสองสามคน
คยูฮยอนกระพริบตาปริบมองหน้าเพื่อนๆ คนอื่นและได้แต่ยิ้มแหย่ๆ ตอบกลับไป
ดวงตาตวัดมองไปรอบห้องเรียนก็พบว่านี่เป็นเวลาเลิกเรียนเสียแล้ว
ทุกคนกำลังทยอยออกจากห้องด้วยเหตุนี้เด็กหนุ่มจึงจำต้องกุลีกุจอเก็บข้าวของลงเป้พลางลุกเดินตามเพื่อนสนิทออกจากห้องเรียน
เขาเพิ่งรู้ว่าตัวเองเอาแต่เหม่อ
ตั้งแต่เหตุการณ์วันนั้นซึ่งมันก็ผ่านมาได้เกือบหนึ่งอาทิตย์ มันเป็นหนึ่งอาทิตย์ที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง
เหมือนประสาทจะเสียเอาให้ได้ ข่าวที่ว่ามีชายปริศนาถูกฆ่าภายในซอกมุมตึกได้เป็นข่าวอยู่สักพักในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา
แต่ก็เงียบหายไป...ภาวนาให้ทุกอย่างเงียบหายไปจริงๆ...
คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่อีกแล้ว...
คยูฮยอนถอนหายใจ...ถึงคุณพ่อจะเจ้าระเบียบแต่นิสัยตามใจคุณแม่น่ะที่หนึ่ง
และคุณแม่เขานั่นแหละที่ชอบทำตัวเหมือนคู่แต่งงานข้าวใหม่ปลามันกับคุณพ่อเสมอ
นี่ก็คงไปฮันนีมูนรอบที่ร้อย โชคดีที่อย่างน้อยคุณแม่ก็รู้ใจที่ซื้ออาหารสำเร็จรูปตุนไว้ในตู้เย็น
เด็กหนุ่มหยิบกล่องอาหารไปอุ่นอย่างที่เคยชิน นั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ครัวรอเวลาอาหารสุก
ฉับพลันกับที่มีเสียงออดหน้าบ้าน...
ใคร...
คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ...
ความอยากรู้อยากเห็นมักทำอะไรไปก่อนความคิดอยู่เรื่อย
เด็กหนุ่มเดินไปที่ประตูบ้านชั่งใจที่จะเปิดมันออกไป ทว่า...
“ฉันเอาของมาคืน...โจ
คยูฮยอน...”
เสียงนั่นลอดผ่านประตูเข้ามาราวกับรู้ใจว่าเขายืนอยู่เบื้องหลังตรงนี้
ใครที่ว่าถือวิสาสะเปิดประตูรั้วเข้ามาซ้ำยังอาจยืนอยู่หน้าประตูบานไม้ ณ ขณะนี้
และที่เขามั่นใจ...นั่นไม่ใช่เสียงของคนที่เขารู้จักเป็นแน่...หัวสมองของเด็กหนุ่มตีรวนและมันก็สับสนเสียจนว้าวุ่น
ชั่วขณะที่เขาตกอยู่ในห้วงแห่งความสับสน เสียงนั่นก็เอ่ยขึ้นมาอีกราวกับเสียงของยมทูตก็ไม่ปาน
“เอาขาก้าวเข้ามาหนึ่งข้าง
แล้วคิดจะเดินหนีไปเสียดื้อๆ นั่นไม่ใช่ทางรอดที่ดี...”
“.....”
“เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ
โจ คยูฮยอน เรื่องความเป็นความตายเชียวล่ะ”
“ไม่! ผมไม่รู้จักคุณ
ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น!!”
เด็กหนุ่มตะโกนกลับไปทั้งที่เสียงสั่นเครือด้วยความกลัว เขาเหมือนกับหนูตัวเล็กๆ
ที่กำลังจะถูกราชสีห์ตะปบ สู้อะไรไม่ได้เลยสักนิด สมองของเขาสั่งการว่าคนที่เขากำลังเผชิญหน้าแม้ผ่านประตูกั้นมุ่งร้ายต่อเขาเป็นแน่
“งั้นหรือ?”
“อย่ามายุ่งกับผม
ขอร้องล่ะ ผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น!!”
“ได้...ตามใจ...”
นั่นไม่ใช่คำตอบที่ทำให้โล่งอก...แต่มันคือคำตอบที่ทำให้คยูฮยอนประสาทเสียยิ่งกว่า! เด็กหนุ่มตกอยู่ในสภาวะตึงเครียด
เขาเวียนหัวขึ้นมาเสียดื้อๆ ทุกอย่างเงียบไป
และเขาก็ได้ยินเสียงการเคลื่อนตัวของรถยนต์ คนคนนั้นกลับไปแล้วจริงๆ ใช่ไหม?...
แล้วจะไม่กลับมายุ่งย่ามกับเขาจริงๆ อีกแล้วงั้นหรือ?
สองมือยกขึ้นลูบใบหน้าที่มีเม็ดเหงื่อผุดตามไรผม ซองจดหมายสีขาวถูกสอดเข้ามาผ่านช่องประตูตรงพื้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ
เรียวมือหยิบมันขึ้นมาพร้อมกับเปิดซองทั้งที่มือสั่นเต็มที
รูปถ่ายของเขาเอง...ที่หน้าโรงเรียนเมื่อเช้า
สีหน้าอมทุกข์เหมือนแบกโลกแบบนั้นน่ะมันเขาเอง!...ในซองมีอะไรบางอย่างที่แนบมาด้วยอีก...
กระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ
ที่มีลายมือตวัดเขียนอย่างเป็นระเบียบ...หากเนื้อหา...
‘ป้ายชื่อที่ติดบนชุดนักเรียนทำไมถึงทำตกได้ล่ะเด็กน้อย...
ขอบคุณที่ทำให้รู้ชื่อเสียงเรียงนามกันได้ง่ายดายแบบนี้
คาดว่า...เธอคงเป็นนกในกรงที่หาอิสรภาพไม่ได้เสียแล้วล่ะ’
ไม่นะ...
เขาคิดว่าป้ายชื่อบนชุดนักเรียนหายไปที่ร้านคาราโอเกะวันนั้น
แต่ก็ไม่ได้เอะใจว่ามันจะเป็นสิ่งที่สามารถสาวมาถึงตัวแถมป้ายชื่อแผ่นเล็กๆ
แบบนั่นเขาก็มีสำรองเสียจนคิดว่าหายไปสักอันก็คงไม่เป็นไร
คยูฮยอนคิดไม่ตก...ในซองจดหมายไม่มีอะไรอีกแล้ว ไม่มีป้ายชื่อของเขาที่ทำหาย
ซองสีขาวธรรมดาๆ แต่กลับซ่อนนัยยะการข่มขู่ได้อย่างแยบยล
รูปถ่ายของเขาที่แสดงให้เห็นถึงคำว่า... การถูกเพ่งเล็งทุกฝีก้าว
ข้อความที่กล่าวแฝงว่า...ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โจ คยูฮยอนได้ถูกใครสักคนกักขังทั้งที่ยังไม่ทันได้เจอหน้ากันเสียด้วยซ้ำ!
เขาปวดหัวเกินกว่าจะนอนหลับสนิท...ในวันที่พ่อกับแม่ไม่อยู่และเขาก็ไม่ต้องการโทร.ไปรบกวนช่วงเวลาการพักผ่อนของพวกท่านเท่าใดนัก
คยูฮยอนนอนขดตัวอยู่บนเตียงนอนฟังเสียงนาฬิกาฝาผนังที่เดินไปตามเวลาที่ล่วงเลย
นี่น่ะ...อาจจะเกือบเช้าแล้วล่ะมั้ง เด็กหนุ่มข่มตาไม่ได้ เพราะเพียงแค่ข่มตาหัวสมองของเขากลับสร้างมโนภาพอันน่าสะพรึงกลัว...เขาจะถูกคนคนนั้นฆ่าทิ้งจริงๆ
อย่างนั้นสินะ...
ทว่า...
“...?”
คยูฮยอนไม่อาจทราบว่าเขารู้สึกไปเองหรือไม่...แต่เขารู้สึกถึงกลิ่นคาวเลือด
และมันมาจากหว่างขาของเขาเอง ชั่ววินาที...เด็กหนุ่มลุกพรวดพลางกระชากผ้านวมผืนหนาออกจากร่างกาย
ดวงตาเหลือกโตเมื่อพบว่าเลือดมากมายมันซึบผ่านเนื้อผ้ากางเกงนอน
หว่างขาของเขามีแต่เลือด เลือดเต็มไปหมด!!
“เกิดอะไรขึ้น!!
ไม่!!!”
เฮือก!!
เสียงนาฬิกาจากโทรศัพท์มือถือปลุกเขาให้ตื่นจากภาพฝันร้าย
คยูฮยอนรีบกระโดดลงจากเตียงพลางสำรวจกางเกงนอนของตัวเองว่าไม่ได้มีเลือดเปรอะเปื้อนอย่างในฝัน...ให้ตายสิ...เลือดแบบนั่น
อย่างกับประจำเดือนของผู้หญิง... เด็กหนุ่มนึกสบถในใจ เป็นฝันที่บ้าบอเกินจินตนาการชะมัด!
แน่นอนว่ามันจะเป็นเพียงภาพความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงเท่านั้น!!
กระจกสะท้อนเงาของเด็กหนุ่มตัวขาวในชุดยูนิฟอร์ม
คยูฮยอนพยายามยิ้มปลอบให้ตัวเองในกระจกที่สภาพดูไม่จืดสักเท่าไหร่
ร่างโปร่งหันไปคว้ากระเป๋าเป้บนเตียงพลางสืบเท้าออกจากห้องนอน
มันเป็นปกติที่เขาจะหยิบเพียงนมในตู้เย็นหนึ่งกล่องและดื่มมันระหว่างนั่งรถประจำทางเป็นกิจวัตร
จังหวะเดียวกับที่เขากำลังจะก้าวพ้นรั้วบ้าน รถยนต์ที่ราวกับหลุดออกมาจากภาพยนตร์ก็แล่นเข้ามาจอด
เสียงของตัวเครื่องมันกระหึ่มและก็สร้างความน่าหวั่นเกรงไปในตัว
สัญชาตญาณสั่งให้คยูฮยอนก้าวถอยหลัง
ไม่มีใครเดินลงมาจากตัวรถนอกจากกระจกอัตโนมัติที่เลื่อนลง
“ขึ้นรถ...”
เสียงทุ้มกังวานคล้ายออกคำสั่ง
คยูฮยอนเพ่งสายตามองใบหน้าเจ้าของรถหรูที่จอดเทียบท่า และมากไปกว่านั้นเด็กหนุ่มไม่จำเป็นต้องมองใบหน้านั้นอีกต่อไปเมื่อสิ่งที่ว่ากล่าวย้ำเป็นครั้งที่สอง
“ฉันบอกให้ขึ้นรถมา โจ คยูฮยอน”
นี่สินะ...ที่เรียกความเรื่องจริงมันน่ากลัวกว่าความฝันเป็นร้อยเท่า!
“ไม่!!
เรื่องอะไรผมต้องขึ้นรถไปกับคุณล่ะ” หางเสียงแผ่วเบาในลำคอด้วยเพราะตื่นตกใจกับดวงตาคู่คมที่ตวัดมองเขาราวกับจะสาปให้กลายเป็นก้อนหิน
“ขึ้นมา...”
“....”
“บอกแล้วใช่ไหม
ว่าถ้ายื่นขาข้างหนึ่งเข้ามาแล้ว แต่คิดจะหนีไปดื้อๆ มันไม่ใช่การเอาตัวรอดที่ดี
เรามีเรื่องต้องสะสาง...”
สุดท้าย...ราชสีห์ก็ย่อมมีชัยต่อเหล่าสัตว์ตัวเล็กๆ
ไร้ทางสู้...
เด็กหนุ่มนิ่งเงียบมาตลอดทาง...เขาไม่ได้ไปโรงเรียนอย่างที่ตั้งใจ
และในมือก็ยังมีกล่องนมที่ยังไม่ทันจะได้พร่องลงสักนิด
ริมฝีปากเม้มแน่นเมื่อตัวรถจอดสนิทลง ณ ตึกระฟ้าแห่งหนึ่ง
คยูฮยอนไม่รู้ว่าตัวเองถูกพามาที่ไหน แต่เมื่อมองไปรอบๆ
เขาก็พบกับชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำจำนวนไม่น้อยที่กระจายตัวอยู่รอบบริเวณ
ชายหนุ่มซึ่งออกคำสั่งให้เขาขึ้นรถมาด้วยเดินนำออกไป ไม่ต้องพูดอะไร
เขาก็รู้ว่าคนอย่างโจ
คยูฮยอนก็คงมีหน้าที่เดินตามราชสีห์หนุ่มที่แผ่รังสีอำมหิตได้น่ากลัวเป็นบ้า ในขณะที่หยุดอยู่หน้าลิฟท์
ชายที่คาดว่าเป็นบอดี้การ์ดก็เดินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างกับร่างสูงใหญ่
ก่อนจะทำความเคารพและเดินจากไป
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปในตัวลิฟท์ในขณะที่เด็กหนุ่มชั่งใจ...ทว่าเมื่อถูกสายตาคล้ายเหยี่ยวจ้องตรงมาซ้ำยังไม่พูดจาเพียงแค่มองหน้ากันนิ่งๆ
ขาสองข้างถึงได้ก้าวเข้าไปยืนอีกฟากของลิฟท์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาเห็นการปรายตาของหมอนั่นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะอ่านความหมายออก
มันเป็นการขึ้นลิฟท์ที่ทรมานที่สุดในชีวิต...คยูฮยอนสาบาน!!
ภายในห้องซึ่งคาดว่าเป็นห้องทำงานของผู้ชายที่วางอำนาจใส่เขาไม่หยุดหย่อน
คยูฮยอนยืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะอยู่ส่วนไหนของห้องที่กว้างขวางเสียขนาดนี้
แถมเจ้าของห้องราวกับไม่สนใจเสียแล้วว่ามีเขาอยู่อีกคน
คนคนนั้นเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานพร้อมตรวจงานเอกสารไปโดยไม่พูดจา
และเมื่อเด็กตัวขาวไม่ยอมขยับตัวออกจากหน้าประตู ชายหนุ่มที่อุตส่าห์เดินไปนั่งถึงเก้าอี้พนักหนังสีดำแล้วจึงจำต้องเงยหน้าจากเอกสารกองพะเนินพลางสาดสายตาดุๆ
อยู่ร่ำไป
“จะยืนบิดอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม?”
“ก็คุณไม่สนใจผมเองหนิ
ผมจะรู้หรอว่าควรทำยังไงต่อไป ควรพูดอะไร เริ่มจากตรงไหน อีกอย่างคุณก็เอาแต่เงียบ!” เขากลั้นใจพูดประโยคยาวๆ
และตรงประเด็นออกไปในคราวเดียว ดวงตาคมหรี่มองเด็กหนุ่มเล็กน้อยพร้อมหัวเราะในลำคอ
...ให้ตายสิ ทำไมถึงชอบทำตัวเหมือนมีอำนาจเหนือคนอื่นขนาดนั้น
คยูฮยอนเริ่มไม่แน่ใจแล้วสิว่าที่เขายืนกำหมัดอยู่อย่างนี้เพราะกลัวหรือเพราะหมั่นไส้คนคนนี้กันแน่!
“โอเคเด็กน้อย...เรามาพูดเรื่องสำคัญกันดีกว่า”
“....”
“อาทิตย์ที่แล้ว...เธอคงเห็นเหตุการณ์นั้นสินะ...”
นี่ใช่ไหม...คือประเด็นสำคัญ เขารู้อยู่แล้ว และค่อนข้างมั่นใจเลยทีเดียวว่าคนตรงหน้าคือคนที่ลั่นไกปลิดชีวิตชายปริศนาคนนั้น!
“ผมเห็น...ทุกอย่าง”
“มันเป็นเพียงการกำจัดพวกหนอนบ่อนไส้...ที่เป็นอันตรายต่อชนหมู่มาก”
เสียงราบเรียบเอ่ยตอบอย่างไม่ยี่หระนั่นทำให้เด็กหนุ่มไม่ยากจะเชื่อ
“แต่คุณฆ่าคนตาย!”
“มันเป็นเรื่องปกติ...สำหรับ...ที่ๆ
เธอยืนอยู่ตรงนี้”
“.......”
“ธุรกิจมืด...ใครก็จ้องจะทำลายเมื่อมีโอกาส
ฉันก็ต้องปกป้องตัวเองและคนของฉันในฐานะผู้กุมอำนาจทั้งหมด
และ...การที่เธอมีส่วนรู้เห็นเหตุการณ์...คิดว่าฉันควรจะจัดการอย่างไรดีล่ะ”
“จะฆ่าผมหรือไง...ถ้าจะฆ่าก็ทำเลย
เรื่องจะได้จบๆ ถ้าคุณกลัวเรื่องทุกอย่างมันแดงออกมาแล้วมันอาจจะทำให้คุณเดือดร้อน! เหอะ...คนไร้อำนาจเขาจะสู้อะไรกับคุณได้
ในเมื่อทุกคนต่างก็พร้อมศิโรราบคุณกันทั้งนั้น
คุณมีอำนาจอยู่ในมือถึงขนาดที่จะสั่งฆ่าใครก็ได้ แปลกดีหนิครับที่คุณกลัวความจะแตกว่าไปฆ่าใครเข้าเพียงเพราะเด็กคนเดียว!!” เด็กหนุ่มประชดประชันคนตรงหน้าอยู่ในที คยูฮยอนไม่รู้หรอกว่าชื่อเสียงเรียงนามของผู้ชายคนนี้คือใคร
แต่ที่แน่ๆ เขาเกลียดคนประเภทแบบนี้ชะมัด ...เห็นแก่ตัว... ใบหน้าขาวจัดเบือนหน้าไปทางอื่นเมื่อเขารู้สึกร้อนผ่าวที่เบ้าตา
โมโหจนอยากร้องไห้ทั้งที่อีกคนยังคงวางตัวดั่งพระเจ้า ไม่สิ...ซาตานตัวร้ายที่จ้องจะดึงวิญญาณลงสู่หลุมลึกของนรกต่างหาก!
“ไม่หรอก โจ
คยูฮยอน ฉันจะไม่ฆ่าเธอ....อีกประการฉันมีอำนาจมากพอในการจัดการเรื่องคดีให้เงียบไป...และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกลัวพยานอย่างเธอเลยสักนิด”
รอยยิ้มเฉกเช่นผู้กำชัยชนะในมือไม่อาจทำให้คยูฮยอนทำอะไรไปได้มากกว่ายืนสะกดกลั้นอารมณ์ที่พาลอยากจะชกหน้าหมอนั่นสักที
หากไม่ติดที่ตนเป็นรอง หนุ่มน้อยถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย
ไม่เข้าใจโชคชะตาเอาเสียเลยที่ทำให้เขาต้องเอาชีวิตตัวเองเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องบ้าๆ
นี่
“...ต้องการอะไรก็ว่ามาเถอะครับ”
ตัดใจถามออกไปเสียงแผ่ว
“คนของชเวไม่เคยกลัวใคร...แต่คนของชเวจะต้องจัดการอำนาจทุกอย่างให้อยู่ในอุ้งมือ
เธอก้าวเข้ามาเอง...และฉันจะไม่ปล่อยเธอไป”
“เพราะอะไร!!!”
“เชื่อเถอะว่าจากวันนี้ต่อไปความปลอดภัยของเธอมันจะลดน้อยลงเรื่อยๆ
โลกด้านมืดมันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดว่าจะก้าวออกไปง่ายๆ ...แต่ฉันจะให้เธอได้รับสิทธิพิเศษ...แม้ในตอนนี้
เธออาจจะไม่ต้องการก็ตาม”
“....”
“มาเป็นคนของชเว...ชเว
ชีวอน”

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น